Accuracy : 87.61%
Insertion : 231
Deletion : 956
Substitution : 87
Correction : 9236
Reference tokens : 10279
Hypothesis tokens : 9554

[เสียงดนตรี](คุณครูอุมาพร)สวัสดีค่ะวันนี้นะคะเราจะมาพูดคุยกันถึงบทที่1นะคะเรื่องเซตกันต่อค่ะซึ่งในบทเรียนในวันนี้นะคะจะพูดถึงความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะ-่างๆนะคะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูวัตถุประสงค์ของบทเรียนนี้กันดีกว่าค่ะในบทเรียนนี้นะคะหลังจากที่นักเรียนเรียนจบบทเรียนนี้แล้วนะคะนักเรียนจะต้องสามารถระบุได้ว่านะคะเซตที่กำหนดให้นะคะเป็นเซตที่เท่ากันหรือเซตที่ไม่เท่ากันค่ะระบุได้ว่าเซตที่กำหนดให้นะคะเป็นสับเซตหรือไม่เป-็-้(น)สับเซตกันค่ะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปเริ่มต้นบทเรียนกันเลยดีกว่านะคะเดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตต่อไปนี้กันดีกว่านะคะเซตแรกค่ะเซตAนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ0,1,2และ3ค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,2(0),3,และ0(2)ค่ะเดี๋ยวเราไปทำการพิจารณาสมาชิกของเซตกันดี-่อ(า)ะคะเริ่มต้นที่0ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า0นะคะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและ0ก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะ1นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ1นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะ2นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ2นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBเช่นกันค่ะรวมถึง3นะคะนักเรียนจะเห็นว่า3เป็นสมาชิกของเซตAใช่ไหะ(ม)คะและ3ก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเราจะเห็นว่า3-็(ต)นสมาชิทั้ง2นะคะมีสมาชิกเหมือนกันทุกตัวค่ะเดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรเรามาเริ่มต้นที่บทนิยามของเซตที่เท่ากันก-ันก-่อนนะคะเซตAค่ะเท่ากับเซตBนะคะหมายถึงสมชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะและสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะโดยเซตAนะคะเท่ากับเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยะคะเซตAตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับ(=)นะคะแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่าถ้าเราพิจารณาตามบทนิยามนะคะเราจเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะและสมาชิกทุกตัวของเซตA(B)นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าง(ว)ได้ว่านะคะเซตAเท่ากับเซตBค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าจำะคะเวน(ซต)ที่เท่ากันนะคะจะมีจำนวนสมาชิกที่เท่ากันเสมอค่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตคู่ถัดไปกันดีกว่านะคะเซตนี้ค่ะเซตAนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,2และ4ค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยเป็นสมาชิกคือ1,2และ3ค่ะเราไปพิจารณากันดีกว่าค่ะว่าเซตAและเซตBนั้นจะเท่ากันหรือไม่ค่ะเริ่มต้นที่1นะคะนักเรียนจะเห็นว่า1นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ1นะคะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะถัดมาข้อที่2ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า2เป็นสมาชิกของเซตAนะคะและ2ก็เป็นสมาชิกของเซตBเช่นกัA(น)ค่ะและ3นะคะนักเรียนจะเห็-๋ว่า3ไม่เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่3เป็นสมาชิกของเซตBค่ะและลอเรา(ง)มาพิจารณาที่4นะคะนักเรียนจะเห็นว่า4เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่4ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะนักเรียนจะเห็นว่าเซตทั้ง2นะคะมีสมาชิกบางตัวนะคะมีบางตัวที่ไม่เหมือนกันค่ะเดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรค่ะเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBนะคะหมายความว่ามีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตAนะคะที่ไม่ใช่สมาชิกของเซตBค่ะหรือมีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตBนะคะที่ไม่ใช่สมาชิกของเซตAค่ะเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAตามด้วน(ย)เครื่องหมายไม่เท่ากับค่ะแล-้(ะ)ตามด้วยเซตBนะคะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า3ไม่เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่3เป็นสมาชิกของเซตA(B)ค่ะและนักเรียนจะเห็นว่า4เป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่4ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBค่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาอีก1ตัวอย่างเพื่อเพิ่มความเข้าใจกันดีกว่านะคะตัวอย่างนี้ค่ะเซตCนะ-่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคือxและyค่ะและเซตDนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือw,xแลw(ะ)yค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะwนะคะเป็นสมาชิกของเซตDนะคะแต่wค่ะไม่ใช่สมาชิกของเซตCค่ะดังนั้นนะคะเราจะกล่าวได้ว่าเซตCนะคะไม่เท่ากับเซตB(D)ค่ะเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างถัดไปกันเลยดีกว่านะคะให้เซตAค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกxนะคะโดยที่xป(เ)ระกอบไปด้(-็น)วยจำนวนค-ึ-ู-่ค-่ะเซตBนะคประกอบไปด้วยสมาชิกเซตxค่ะโดยที่เป็นจำนวนคี่บวกค่ะและเซตCนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,3,5,7,ไปเรื่อยๆค่ะจงพิจารณานะคะว่าเซตคู่ใดบ้างเท่ากันนะคะและเซตคู่ใดบ้างไม่เท่ากันค่ะก่อนอื่นที่เราจะทำการพิจารณานะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซตAและเซตBนะคะเขียนเซตในรูปแบบบอกเงื่อนไขนะคะดังนั้นเดี๋ยวเราจะทำการเขียนเซตAและเซตสมาชิก(B)แบบแจกแจงสมาชิกค่ะเรามาเริ่มต้นที่เซตAกันก่อนนะคะและน-ักเร-ีย(-่)จะสังเกตเห็นว่าเซตAนะคะเป็นเซตของจำนวนคู่ค่ะซึ่งเซตของจำนวนคู่นะคะในบทเรียนที่แล้วเราได้ทำการเขียนไปแล้วนะคะเราก็จะเริ่มจากการเขียนจำนวนคู่ลบก่อนค่ะหลังจากนั้นนะคะเราก็จะตามด้วย0ค่ะและก็ตามด้วยจำนวนคู่บวกค่ะเดี๋ยวเรามาดูที่เซตBกันต่อค่ะเซตBนะคะเป็นเซตของจำนวนคี่บวกค่ะนักเรียนยังจำกันได้อยู่หรือเปล่าคะว่าจำนวนคี่บวกมีอะไรกันบ้างก็คือมี1,3,5,7ไปเรื่อยๆใช่ไหมคะเพราะฉะนั้นแล้วนะคะเราก็จะเขียน1,3,5,7แล้วก็ตามด้วยจุด3จุ...(ด)ค่ะเดี๋ยวเรามาทำการพิจารณาเซตคู่แรกกันดีกว่านะคะก็คือเซตAและเซตBคู่แรกค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าสมาชิกในเซตAนะคะมี0ค่ะตัวอย่างเช่น0ค่ะ0เป็นสมาชิกของเซตAใช่ไหมคะแต่0ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตBค่ะเดี๋ยวเรามาดูเซตคู่ถัดมนะคะก็คือเซตAและเซตCค่ะตัวอย่างเช่น2ค่ะนักเรียนจะเห็นว่า2เป็ะคะไม่เป็นสมาชิกของเซตB(A)-่ะแต-่2นะคไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตCค่ะดังนั้ะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนะคะไม่เท่ากับเซตCค่ะถัดมาที่คู่สุดท้ายนะคะก็คือคู่BและCค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าเซตCนะคะสมาชิกของเซตCนะคะเป็นจำนวนคี่บวกค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่านะคะสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตCค่ะและสมาชิกทุกตัวของเซตB(C)นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเซตBจึงเท่ากับเซตCค่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาความสัมพันธ์ของเซตในอีกลักษณะห(1)นึ่งที่น่าสนใจกันดีกว่าค่ะเซตAนะคะประกอบไปด้วยสมาชิเซตA(ก)คือ7และ8ค่ะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือ1,3,5,7และ8ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า7และ8นะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและ7และ8นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBนะ-่ก(แ)ต่ขณ-็เป็นสมาชิกของเซตAค่ะที่1,3,และ5นะคะเป-้(-็)นสมาชิกของเซตBนะ-่ะแต่1,3และ5นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตB(A)ค่ะดังนั้นนะคะเราจะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตA(B)ค่ะแต่มีสมาชิกบางตัวนะ-่เป็นสมาชิกของเซตBค่ะที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAนะคะเดี๋ยวเราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะเรียกความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้ว่าอย่างไรนะคะเริ่มต้นที่บทนิยามของสับเซตค่ะเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซตBนะคะก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะโดยเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยเซตAนะ-่ตามดข(-้)วยสัญลักษ-ีย(ณ)-์ลักษณน(ะ)แบบนี้นะคะและก็ตามด้วยเซตBค่ะจากตัวอย่างนะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า7และ8นะคะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและทั้ง2ตัวนี้นะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะซึ่งจะสอดคล้องกับบทนิยามที่กล่าวว่าสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAค่ะเป็นสับเเป็นสมาช-ิก(ซต)ของเซตBนะ-่ะเดี๋ยวเราไปพิจารณาเซตคู่ถัดไปกันดีกว่าค่ะเซตนี้นะคะเซตAค่ะปรกอบไปด้วยสมาชิกคือA,BและCนะคะเซตBนะคะประกอบไปด้วยสมาชิกคือa(A),b(B)และd(D)ค่ะเดี๋ยวเราไปทำการพิจารณาสมชิกทีละตัวนะ-่ะเริ่มต้นที่Aค่-ั(ะ)เรี(ละอ)น(ก)จะเห็นว่าAนะคa(ะ)เป็นสมาชิกของเซตAค่ะและAนะคะก็เป็นสมาชิกของเซตBค่ะb(B)ค่ะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและb(B)ก็เป็นเป็นสมาชิกของเซตA(B)ค่ะถัดมาที่c(C)นะคะc(C)เป็นสมาชิกของเซตAค่ะแต่Cนะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตD(B)ค่ะเรามาดูที่d(D)นะคะd(D)นะคะไม่เป็นสมาชิกของเซตAค่ะแต่Dนะคd(ะ)เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเราจะเห็นว่านะคะมีสมาชิกบางตัวนะคะที่อยู่ในเซตB(A)นะ-่แต่ไม่อยู่ในเซตBนะคะและมีสมาชิกบางตัวค่ะที่อยู่ในเซตBนะคะแต่ไม่อยู่ในเซตAค่ะเพราะฉะนั้นแล้วเดี๋ยวเราไปพิจารณากันดีกว่าค่ะว่าความสัมพันธ์ของเซตในลักษณะนี้จะเรียกว่าอย่างไรค่ะเซตAนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตBนะคะด(ก)-็ต่อเมื่อมีสมาชิกอย่างน้อย1ตัวของเซตAค่ะที่ไม่เป็นสมาชิกของเซตBนะคะโดยเซตAไม่เป็นสับเซตของเซตBนะคะจเขียนแทนด้วยเซตAค่ะตามด้วยสัญลักษณ์นะคะในลักษณะคล้ายการเป็นสับเซตนะคะแต่ม-ีขีดพาดค่ะแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะจากตัวอย่างเมื่อสักครู่นี้นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะตัวอย่างเช่นมีc(C)ค่ะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะแต่c(C)นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตBค่ะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตBค่ะในทางกลับกันค่ะเรามาดูที่เซตBบ้างค่ะคือสมาชิกตัวนี้นะคะคือd(D)ค่ะDเป็นสมาชิกของเซตBนะคะแต่d(D)ไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตBนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตAค่ะเดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างเพื่อเพิ่มความเข้าใจให้มากขึ้นกันดีกว่านะคะตัอย-่างนี้นะคะให้เซตAค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกคื1(อ)3,4และ5นะ-่ะและเซตBค่ะประกอบไปด้วยสมาชิกไ(ค)-ือปด้วย0,1,2,3,4และ5ค่ะจงพิจารณานะคะว่าข้อความต่อไปนี้เป็นจริงหรือเท็จค่ะข้อที่1นะคะเซตAเป็นสับเซตของเซตBค่ะข้อที่2นะคะเซตBเป็นสับเซตของเซตAค่ะเดี๋ยวเรามาพิจารณาข้อที่1กันก่อนนะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่าสมาชิกของเซตAนะคะก็คือมี3,4และ5ค่ะซึ่งสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะจะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตAค่ะเป็นสับเซตของเซตBนะ-่ะดังนั้นข้อที่1จึงเป็นจริงค่ะเดี๋ยวเรามาดูข้อที่2นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า0นะคะเป็นสมาชิกของเซตA(B)ค่ะแต่0นะคะไม่ได้เป็นสมาชิกของเซตABค่ะสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจะได้ว่าเซตBนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตAค่ะดังนั้นนะคะข้อที่2ค่ะจึงเป็นเท็จนะคะนอกจากการพิจารณากรเป็นสับเซตหรืและ(อ)ไม่เป็นสับเซตแล้วนะคะยังมีสิ่งที่น่าสนใจนะคะน(จ)ากความรู้ในเรื่องนี้นะ-่ะเดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่านะคะความรู้นี้ค่ะเซตว่างเป็นสับเซตของเซตทุกเซตนะคะหมายความว่านักเรียนจะต้องทราบเสมอนะคะว่าเซตว่างค่A(ะ)เป็นสับเซตของเซตใดๆค่ะคุณครูมีคำถามชวนคิดนะ-่ะให้นักเรียนลองคิดนะ-่ะให้เซตAเป็นเซตใดๆนะคะจงพิจารณาว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตAหรือไม่ค่ะนักเรียนลองพิจารณาดูนะคะค-่ะเดี๋ยวครูจะเฉลยเลยนะคะเราจะมาพิจารณาจากบทนิยามของการเป็นสับเซตนะะเราจะพบว-่ะ(า)สมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะย่อมเป็นสมาชิกของเซตAค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตAค่ะถัดมานะคะเดี๋ยวจะเป็นความรู้นะคะเกี่ยวข(ก)-ัง(บ)บทนิยามของเซตที่เท่ากันและสับเซตค่ะอันนี้นะคะจะเป็นบทนิยามของเซตที่เท่ากับ(น)ค่ะเราจะพบว่าเซตAเท่ากับเซตBนะ-่(จ)หมายถึงสมาชิกทุกตัวของเซตAนะคะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะและสมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะและบทนิยามอีกอันหนึ่งนะคะเซตAเป็นสัทนิยาเซต(ม)ของการเป็นสับเซตค่ะเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซตBก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBค่ะนักเรียนสังเกตความสัมพันธ์ของบทนิยามทั้ง2ไหมคะเรามาดูที่ข้อความนี้กันดีกว่านะคะข้สมาชิกทุกตัวของเซตAเป็นสมาชิกของเซตBนะคะข้อความนี้นะคะสอดคล้องกันิยามของการเป็นสับเซตด้านล่างค่ะดังนั้นนะคะข้อความด้านบนจึงสามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่าเซตAนะคะเป็นสับเซตของเซตBค่ะเช่นเดียวกันกับข้อความนี้นะคะนักเรียนจะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของเซตBเป็นสมาชิกของเซตAนะคะเราก็สจึง(ารถ)เขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่าเซตBนะคะเป็นสับเซตของเซตB(A)ค่ะดังนั้นนะคะเราจึงได้ความรู้ใหม่ดังนี้ค่ะเซตAนะคะเท่ากับเซตBนะคะก็ต่อเมื่อเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะและเซตBนะคะเป็นสับเซตของเซตB(A)ค่ะจากข้อความนี้นะคะหมายความว่าถ้านักเรียนทราบว่าเซตAเท่ากับเซตBแล้วนักเรียนจะได้ว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตBและเซตBเป็นสับเซตของเซตAค่ะในทางกลับกัะคะถ้านักเรียนทราบว่าเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะและเซตBเป็นสับเซตของเซตAแล้วนะคะนักเรียนก็จะได้ว่าเซตAเท่ากับเซตBเช่นกันค่ะเดี๋ยวเราไปสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้กันอีกรอบนะคะเซตAนะคะเท่ากับเซตBนะคะหมายถึงสมาชิกทุซ(ก)-ัB(ว)ของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะคะและสมาชิกทุกตัวของเซตBค่ะเป็นสมาชิกของเซตAนะ-่ะเซตAเท่ากับเซตBนะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้วยเครื่องหมายเท่ากับแล-้ะ(ว)ก็ตามด้วยเซตBรื-่ง(เ)มา(ตA)ไม่เท่ากับเซตBนะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้วยเครื่องหมายไม่เท่ากับแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะส่วนเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซตAค่ะเป็นสมาชิกของเซตBนะ-่ละ(ดย)เซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคเราจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้วยเครื่องหมายลักษณะนี้ค่ะแล้วก็ตามด้วยเซตA(B)ค่ะส่วนเซตAนะคะไม่เป็นสับเซตของเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAค่ะตามด้วยเครื่องหมายลักษณะคล้ายยๆกันเป็นสับเซตนะคะแต่มีขีดพาดค่ะและตามด้วยเซตBค่ะและสิ่งที่ได้เรียนรู้อันสุดท้ายนะคะก็คือเซตAเท่ากับเซตBนะคะก็ต่อเมื่อเซตAเป็นสับเซตของเซตBนะคะและเซตBเป็นสับเซตของเซตAค่ะก่อนจะจากกันวันนี้นะคะคุณครูก็มีแบบฝึกหัดใน(-้)นักเรียนลองไปฝึกทบทวนจำนวน2ข้อค่ะคุณครูหวังว่านักเรียนจะนำบทเรียนในวันนี้นะคะและแบบฝึกหัดนะคะไปพัฒนาเพิ่มเติมค่ะสำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2026-03-26 11:32:41
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}