Accuracy : 73.41%
Insertion : 1795
Deletion : 805
Substitution : 101
Correction : 9253
Reference tokens : 10159
Hypothesis tokens : 11149

[เสียงดนตรี](คุณครูอุมาพร)สวัสดีค่ะวันนี้นะคะเราจะมาพูดคุยกับ(น)ถึงบทที่1เรื่องเซตกันต่อนะคะโดยบทเรียนในวันนี้นะคะเราจะพูดถึงการอินเตอร์เซกชันกันของเซตค่ะซึ่งถือเป็นการดำเนิการอย่างหนึ่งของเซตนะคะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูวัตถุประสงค์ของบทเรียนนี้กันดีกว่าค่ะหลังจากที่นักเรียนเรียนจบบทเรียนนี้แล้วนะคะนักเรียนจะต้องสามารถเขียนเซตที่เ(ไ)กิ-้จากการอินเตอร์เซกชันกันของเซตได้ค่ะและเชื่อมโยงความรู้นะคะระหว่างการอินเตอร์เซกช-ันก-ันของเซตนะคะและแผนภาพเวนน์ค่ะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะกำหนดให้นะคะเซตA={ตAค่ะเท่ากับเซตของ1,2,3,4,(})ค่ะเซตBน(=){ะคะเท่ากับ2,4,6แ(,)ละ8}ค่ะนักเรียนสามารถเขียนเซตCนะคะที่มีสมาชิกนะคะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBได้หรือเปล่าคะเราจะเขียนเซตC={2,นะคะได้เท่ากับ2และ4}ค่ะเนื่องจากนักเรียนจะเห็นว่า2และ4นะคะเป็นสมาชิกนะคะที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตBค่ะโดยเราจะเรียกเซตCนะคะว่าอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAและเซตBค่ะซึ่งเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAตามด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะซึ่งในข้อนี้นะคะอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAและเซตBร(น)ะคะจะมีค่าเท่ากับเซตของ2และ4ค่ะเดี๋ยวเราไปดูความหมายของการอินเตอร์เซกช-ันก-ันของเซตกันดีกว่าค่ะอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAและเซตBนBคือสมาชิกของเซตAและเซตBนะคะคืเป-็(อ)เซตที่มีสมาชิกนะคะแต่ละตัวเป็ย(น)สมาชิกของทั้งเซตAและเซตBค่ะซึ่งเราจะเขียนแทนด้วยนะคะเซตAนะคะตามด้วยสัญลักษณ์แทนด้วยัญลักษ-์ลักษณะแบบนี้ค่ะแล-้วกะ(-็)ตามด้วยเซตBนะ-่ะซึ่งในที-่นี้นะคะคุณครูจะขอเรียกอินเตอร์เซกชันของเซตAและเซตBนะคะอย่างสั้นๆว่า"เซตAอินเตอร์เซกกับเซตB(A∩B)"ค่ะโดยบทนิยามA∩BมนะคะเซตAอิน(จ)ะเท่เตอร์เซกช(า)-ันกับเซตBนะคะซึ่งจะเท่ากับเซตประกอบไปด้วยสมาชิกxค่ะโดยที่xเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและX(x)เป็นสมาชิกของเซตBของเซตAค่ะถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะให้เซตA={0,ค่ะเท่ากับเซตของ0,1,2แ(,)ละ3}นะคะเซตB=-่({)0ะเท่ากับเซตของ0,3แ(,)ละ5}ค่ะและเซตC={4Cนะคะเท่ากับเซตของ4แ(,)ละ5}ค่ะจงหานะคะข้อที่1ค่ะเซตA∩BตAอินเตอร์เซกชันกับเซตBค่ะข้อที่2นะคะเซตA∩CตAอินเตอร์เซกชันกับเซตCค่ะเดี๋ยวเรามาพิจารณาข้อที่1กันก่อนนะคะข้อที่1นะคะเซตAอิ(∩B)ะคเตอ(ะ)ร์เซกกับเซตBความหมายของเซตนี้นะคะก็คือเซตที่สมาชิกแต่ละตัวนะคะอยู่ทั้งในเซตAและเซตBค่ะซึ่งนักเรียนจะเห็นว่านะคะสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตBนะคะก็คือ0นะคะ0และ3นั่นเองค่ะดังนั้นนะคะเราจึงได้ว่านะคะเซตAน(∩)Bะคะอินเตอร์เซกชันกับเซตBนะคะจึงมีค่าเท่ากับเซตของ{0,นะคะแล้ว3}ค่ะเดี๋ยวเราไปดูข้อที่2กันเลยนะคะข้อที่2เซตAอิะคเตอ(ะ)ร์เซตAกกับเซตB(∩C)นะคะความหมายของเซตA∩Cนะคะหมาอินเตอร(ย)ถึงน-์เซกก(ะ)-ับ(ะ)เซตทีB(-่)ประกอบไปด้วยสมาชิกนะคะซึ่งสมาชิกเหล่านั้ะคะเป็นสมาชิกนะคะที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตCค่ะซึ่งเราพิจารณาเซตAและเซตCนะคะนักเรียนจะเห็นว่าเซตAและเซตCนะคะไม่มีสมาชิกตัวใดร่วมกันนะคะดังนั้ะคะจึงไม่มีสมาชิกค่ะที่เป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตB(C)ค่ะดังนั้นนะคะเราจึงได้ว่าเซตAน(∩)C=∅คะคอินเตอร์เซกกับเซตCเท่ากับเซตว่างค-่ะเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างถัดไปนะคะตัวอย่างนี้ค่ะให้เซตA=ะ({)1คะเท่ากับเซตของ1,2,3,4,5,6,7,...}ไปเรื่อยๆค่ะและเซตB={ตBนะคะเท่ากับเซตของ2,3,5แ(,)ละ7}ค่ะจงหาเซตA∩Aอินเตอร์เซกกับเซตBนะคะเช่นเดิมค่ะเราก็จะพิจารณานะคะสมาชิกนะคะที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตBค่ะซึ่งนักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะว่ามีสมาชิกตัวใดบ้างก็คือมี2,3,5และ7นั่นเองค่ะดังนั้นนะคะเราจึงได้ว่านะคะเซตA∩BตAอินเตอร์เซกกับเซตBน(=){ะคะเท่ากับเซตของ2,3,5แ(,)ละ7}ค่ะซึ่งนักเรียนจะสังเกตเห็นว่านะคะเซตของ{2,3,5แ(,)ละ7}นะคะก็คือเซตBนั่นเองค่ะดังนั้นนะคะเราจ-ึะ(ง)เขียนได้ว่าเซตAอ(∩)B-ินเตอร์เซกกับเซตBนะคะเท่ากับเซตBค่ะซึ่งในกรณีนี้นะคะนักเรียนสังเกตเห็นว่านะคะสมาชิกทุกตัวของเซตBค่ะเป็นสมาชิกของเซตAนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตBนะคะเป็นสับเซตของเซตAค่ะจึงทำให้เมื่อเซตA∩Aอินเตอร์เซกกับเซตBแล้วนะคะผลลัพธ์คำตอบจึงเป็นเซตBค่ะเดี๋ยวเราไปดูความสัมพันธ์นะคะของแผนภาพเวนน์และการอินเตอร์เซกชันกันของเซตค่ะกำหนดให้Uนะคะแทนเอกภพสัมพัทธ์ค่ะเซตAและเซตBนะคะเป็นสับเซตของเอกภพสัมพัทธ์Uนะคะโดยที่เซตAและเซตBค่ะมีสมาชิกบางส่วนร่วมกัะคะนักเรียนสามารถเขียนแผนภาพเวนน์ที่เซตAและเซตBมีแผนสมาชิกบางส่วนร่วมกันได้หรือเปล่าค-่ะแผนภาพก็จะเป็นลักษณะนี้นะคะซึ่งแผนภาพดังกล่าวนะคะนักเรียนสามารถแรเงาบริเวณที่เซตAและเซตBมีสมาชิกบางส่วนร่วมกันได้หรือเปล่าคะว่าเป็นบริเวณไหนลองแรเงาดูเลยค่ะก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะบริเวณนี้นะคะเป็นบริเวณที่สมาชิกแต่ละตัวนะคะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBค่ะเราจึงเรียกบริเวณนี้นะคะว่าเซตAอ(∩)B-ินเตอร์เซกกับเซตBค่ะถัดมานะคะเซตAและเซตBนะคะเป็นสับเซตของเอกภพสัมพัทธ์Uนะคะโดยที่เซตAและเซตBค่ะไม่มีสมาชิกร่วมกันนะคะแผนภาพก็จะเป็นลักษณะนี้ค่ะนักเรียนก็จะเห็นว่านะคะไม่มีสมาชิกตัวใดนะคะที่เป็นทั้งสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBค่ะดังนั้นนะคะเราจึงกล่าวได้ว่าเซตA∩BตAอินเตอร์เซกกับเซตBนะ(=∅)-่ะะเท่ากับเซตว่างค่ะแผนภาพถัดมานะคะเซตAและเซตBนะคะเป็นสับเซตของเอกภพสัมพัทธ์Uค่ะโดยที่สมาชิกทุกตัวของเซตBนะคะเป็นสมาชิกของเซตAค่ะแผนภาพก็จะเป็นลักษณะนี้นะคะก็คือวงกลมที่แทนเซตBนะคะจะอยู่ภายในวงกลมที่แทนเซตAค่ะซึ่งข้อความนี้นะคะเราอาจจะกล่าวสั้นๆว่าเซตA(B)เป็นสับเซตของเซตAก็ได้ค่ะนักเรียนคิดว่านะคะมีสมาชิกซึ่งอยู่ทั้งในเซตSAและเซตBหรือเปล่าคะจากแผนภาพนี้คำตอบคือมีค่ะแล-้(ะ)เราจะแรเงาบริเวณใดคะใดคะก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะเพราะบริเวณนี้นะคะเป็นบริเวณทีคือ(-่)สมาชิกแต่ละตัวนะคะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBค่ะบริเวณนี้นะคะเราจึงเรียกว่าเซตA∩Bค่อินเตอร์เซกกับเซตBนั่นเองค่ะซึ่งในแผนภาพนี้นะคเราจะเห็นว่าส่วนที่แรเงานะคะก็คือเซตBค่ะดังนั้นนะคะในกรณีนี้นะคะเซตA∩Aอินเตอร์เซกกับเซตBนะคะจึงเท่ากับเซตBนั่นเองค่ะเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างที่เกี่ยวกับแผนภาพเวนน์เพื่อเพิ่ความเข้าใจกันดีกว่าค่ะตัวอย่างนี้นะคะกำหนดแผนภาพดังนี้ค่ะแผนภาพดังกล่าวนะคะก็จะมีวงกล-ี-่แทนเซตAค่ะวงกลมที่แทนเซตBนะคะแล้วก็วงกลมที่แทนเซตCค่ะจงหานะคะข้อที่1ค่ะเซตAอ(∩)B-ินเตอร์เซกกับเซตBค่ะข้อที่2นะคะA∩CะเซตAอินเตอร์เซกกับเซตCค่ะข้อที่3นะคะเซตBอ(∩)C-ินเตอร์เซกกับเซตCค่ะเดี๋ยวเรามาดูที่ข้อ1กันนะคะสมาชิกนะคะซึ่งอยู่ในA∩BนเซตAอินเตอร์เซกกับเซตBนะคะซึ่งหมายความว่าจะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ข(-ั)-้งในเซตAและเซตBค่ะนักเรียนสามารถตอ-ำ(บ)ได้ไหมคะว่าสมาข(ช)-ิกตัวใดที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตBค่ะจากแผนภาพถ้าเราพิจารณานะคะเราจะเห็นว่าวงกลมที่แทนเซตAนะคะและวงกลมที่แทนเซตBค่ะจะซ้อนทับกันนะคะที่บริเวณเซตAค่ะก็คือบริเวณนี้นั่นเองค่ะดังนั้นนะคะเซตA∩B={3,4ตAอินเตอร์เซกกับเซตBนะคะจึงเท่ากับเซตของ3,4และ6}ค่ะถัดมาที่ข้อที่2นะคะเซตA∩Aอินเตอร์เซกกับเซตCค่ะเราก็จะหานะคะสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตCท(จ)าก-ี่อยู่ในแผนภาพค่ะนักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะว่ามีสมาชิกตัวใดบ้างก็คือ4นั่นเองค่ะเนื่องจากวงกลมที่แทนเซตAนะคะและวงกลมที่แทนเซตCนะคะจะซ้อนทับกันบริเวณนี้ค่ะซึ่งบริเวณนี้นะคะก็จะมี4เป็นสมาชิกค่ะดังนั้นนะคะข้อที่2ค่ะA∩C={4}คเซตAนะคะอินเตอร์เซกกับเซตCนะคะจึงเท่ากับเซตของ4ค-่ะถัดมาที่ข้อที่3นะคะB∩CนเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCนะคะเราก็จะทำการหาสาชิกนะคะซึ่งอยู่ทั้งในเซตBและเซตCค่ะสมาชิกนั้นก็ได้แก่0และ4นั่นเองค่ะเนื่องจากวงกลมที่แทนเซตBนะคะและวงกลมที(ซึ)-่แทนเซตCนะคะซ้อนทับกันบริเวณนี้ค่ะเราจะเห็นว่านะคะบริเวณนี้นะคะมีสมาชิกคือ0และ4ค่ะดังนั้นนะคะB∩CะเซตBนะคะอินเตอร์เซกกับเซตCค(=){0,4-่ะจึงเท่ากับเซตของ0และ4(})ค่ะเดี๋ยวเราไปดูคำถามชวนคิดกันในวันนี้ดีกว่าค่ะกำหนดให้Uนะคะแทนเอกภพสัมพัทธ์ค่ะเซตAเซตBและเซตCนะคะเป็นสับเซตของเอกภพสัมพัทธ์Uค่ะอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAเซตBและเซตCคืออะไรนักเรียนสามารถตอบได้หรือเปล่าคะเราสามารถเอ(นำ)ข้อมูลนะคะการอินเตอร์เซกชันกันของเซตAและเซตBมาพิจารณาค่ะความหมายของอินเตอร์เซกชันของเซตAและเซตBนะคะคือเซตที่มีสมาชิกแต่ละตัวค่ะเป็นสมาชิกของทั้เซตAและเซตBค่ะนักเรียนลองพิจารณาดูนะคะว่าก(-้)อินเตอร์เซกชันของเซตAเซตBและเซตCจะมีความหมายว่าอย่างไรนั่นก็มีความหมายว่าอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAเซตBและเซตCนะะค-ือเซตที่สมา-ิกแต่ละตัวนะคะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAเซตBและเซตCนั่นเองค่ะหมายความว่าสมาชิกเหล่านั้นนะคะจะต้องเป็นสมาชิกทั้งที่อยู่ในทั้งในเซตAเซตBแล้วก็เซตCค่ะสัญลักษณ์นะคะจะเขียนแทนด้วยเซตAตามด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะแล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะแล้วก็ตามด้วยสัญลักษณ์แบบเดิมนะคะแล้วก็ตามด้วยเซตCค่ะในที่นี้นะคะคุณครูจะขอเรียกสั้นๆว่า"เซตA∩BตAอินเตอร์เซกเซตBอ(∩)C-ินเตอร์เซกกับเซตC(")ค่ะเดี๋ยวเรามาพิจารณาแผนภาพกันดีกว่านะคะแผนภาพเวนน์นะคะในกรณี3เซตจะเป็นลักษณะดังนี้ใช่ไหมคะนักเรียนสามารถแรเงาที่บริเวณที่แสดงเซตA∩B∩Cอินเตอร์เซกกับเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCได้หรือเปล่าคะว่าคือบริเวณใดถ้าเราพิจารณานะคะวงกลมซึ่งแทนเซตAค่ะและวงกลมซึ่งแทนเซตBนะคะและวงกลมซึ่งแทนเซตCค่ะจะซ้อนทับกันนะคะบริเวณนี้ค่ะดังนั้นนะคะบริเวณนี้จึงเป็นบริเวณที่เซตA∩ซตAนะคะอินเตอร์เซกกับเซตB∩Cค่และอินเตอร์เซกกับเซตCค่ะเดี๋ยวเราไปดูตัวอย่างเพื่อเพิ-่มความเข้าใจให้มากขึ้นกัดีกว่านะคะตัวอย่างนี้นะคะให้เซตAค(=){-่ะเท่ากับเซตของ0,1,2,3แ(,)ละ4}ค่ะเซตB=ท({)-่ากับเซตของ0,4แ(,)ละ6}ค่ะและเซตC={0,นะคะเท่ากับเซตของ0,3,6แ(,)ละ7}ค่ะจงหานะคะข้อที่1ค่ะA∩BะเซตAอินเตอร์เซกกับเซตBนะคะข้อที่2A∩CคเซตAอินเตอร์เซกกับเซตCค-่ะข้อที่3เซตBอินเตอร์เซกกับเซตCค่ะและข้อที่4ค่ะเซตAอ(∩)B∩Cค-ินเตอร์เซกกับเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCค-่ะเดี๋ยวเรามาพิจารณาทีละข้อกันดีกว่านะคะข้อที่1ค่ะเซตAอินเตอร์เซกกับเซตBนะคะสมาชิกที่อยู่ในA∩Bนอินเตอร์เซกเซตAกับเซตBนะคะจะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตBค่ะนักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะว่ามีสมาชิกตัวใดนั่นก็คือมี0และ4นั่นเองค่ะดังนั้นนะคะA∩B=เซตAอินเตอร์เซกกับเซตBนะ({)0,4}คะจึงเท่ากับเซตของ0และ4ค่ะเรามาดูที่ข้อที่2นะคะเซตAอ(∩)C-ินเตอร์เซกกับเซตCค่ะนั่นก็คือการหาสมาชิกนะคะซึ่งอยู่ในทั้งในเซตAและเซตCค่ะนักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะว่ามีสมาชิกตัวใดบ้างที่อยู่ข(-ั)-้งในเซตAและเซตCก็คือ0และ3นั่นเองค่ะดังนั้นเซตA∩C={อินเตอร์เซกกับเซตCนะคะจึงได้0,3}คล(-่)3ข้อที่3นะคะB∩คะเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCค่ะเซตนี้นะคะสมาชิกนะคะจะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ข(-ั)-้งในเซตBและเซตCค่ะนั่นก็คือ0และ6นั่นเองค่ะข้อที่3นะคะB∩C={0,คะเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCจึงเท่ากับเซตของ0และ6}ค่ะข้อสุดท้ายนะคะข้อที่4ค่ะเซตAอ(∩)B∩Cน-ินเตอร์เซกกับเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCนะคะสมาชิกนะคะก็จะต้องเป็นสมาชิกที่อยู่ข(-ั)-้งในเซตAเซตBแล-้ะ(ว)ก็เซตCค่ะสมาชิกตัวดังกล่าวคืออะไรคะตอบได้ไหมคะก็คือ0นั่นเองค่ะดังนั้นนะคะA∩B∩CนะคะเซตAอินเตอร์เซกกับเซตBอินเตอร์เซกกับเซตCน(=){0}คะคะจึงเท่ากับเซตของ0ค-่ะเราสามารถใช้แผนภาพเวนน์นะคะในการพิจารณาหาคำตอบของตัวอย่างนี้ได้ค่ะเดี๋ยวเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะอันนี้ก็เป็นแผนภาพเวนน์นะคะแสดงเซต3เซตในกรณีทั่วไปค่ะเดี๋ยวเราจะนำสมาชิกนะคะที่อยู่ทั้งในเซตAเซตBและเซตCนะคะไปใส่ลงในแผนภาพกันค่ะเริ่มต้นที่0ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า0นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ข(-ั)-้งในเซตAเซตBและเซตCนะคะดังนั้นนะคะ0จะใส่บริเวณใดนักเรียนตอบได้ไหมคะ0ก็จะใส่บริเวณนี้ค่ะถัดมาที่1ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า1นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ในเซตAเท่านั้นนะคะดังนั้นนะคะ1จึงถูกใส่ได้ในบริเวณนี้ค่ะถัดมาที่2นะคะเราจะเห็นว่า2นะคะะ(-็)เป็นสมาชิกที่(ะคะ)ซึ่งอยู่ในเซตAเท่านั้นเช่นกันต(ค)-่C(ะ)ดังนั้น2จึงใส่บริเวณนี้ค่ะเรามาดูที่3บ้างนะคะ3นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ทั้งในเซตAและเซตCนะคะดังนั้นนะคะ3จึงใส่บริเวณนี้ค่ะเพราะบริเวณนี้นะคะเป็นบริเวณที่อยู่ในเซตAและเซตCค่ะแต่ไม่อยู่ในเซตBนะคะเรามาดูที่ตัวถัดมาคือ4ค่ะ4นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ในเซตAเซตBนะคะแต่ไม่อยู่ในเซตCค่ะดังนั้นนะคะ4จึงใส่บริเวณนี้นั่นเองค่ะหลังจากนั้นเรามาดูที่6นะคะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า6นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ในเซตBและเซตCนะคะดังนั้นนะคะเราจึงจะใส่บริเวณนี้ค่ะและตัวสุดท้ายคือ7ค่ะนักเรียนจะสังเกตเห็นว่า7นะคะเป็นสมาชิกที่อยู่ในเซตCเท่านั้นนะ-่ะดังนั้นนะคะ7จึงใส่บริเวณนี้ค่ะเดี๋ยวเรามาดูข้อที่1กันนะคะข้อที่1นะคะเซตAอินเตอร์เซกกับเซตBนะคะถ้าพิจารณาจากแผนภาพนะคะก็คือบริเวณที่วงกลมที่แทนด้วยเซตAนะคะและวงกลมซึ่งแทนด้วยเซตC(B)ะคซ้อนทับกัน-่ะเราจะเห็นว่าก็คือบริเวณนี้ค่ะดังนั้นเซตAอินเ(ะ)คะA∩ตอร์เซกกับเซตBจึงตอบว่าเซตของ{0แ(,)ละ4}ค่ะข้อที่2นะคะเซตAอินเตอร์เซกกับเซตCนะคะก็คือบริเวณที่วงกลมที่แทนเซตAนะคะและวงกลมที่แทนเซตCค่ะซ้อนทับกันค่ะก็คือบริเวณนี้นั่นเองนะ-่ะดังนั้นนะคะข้อที่2นะคะจึงตอบว่าเซตของ{0แ(,)ละ3}ค่ะข้อที่3นะคะเซตB∩Cค่อินเตอร์เซกกับเซตCนะคะเราจะสังเกตเห็นว่านะคะวงกลม-ี(-ึ)-่แทนเซตA(B)นะคะและวงกลมที(ซึ)-่แทนเซตCค่ะซ้อนทับกันบริเวณนี้ค่ะดังนั้นนะคะข้อที่3จึงตอบว่าเซตของ{0แ(,)ละ6}ค่ะเรามาดูที่ข้อสุดท้ายค่ะข้อที่43จ(น)-ึงตอบว่า0และ6-่เซตA∩Bอิ(∩C)เ(ะ)คะก็คือบตอร์เซกกับเซตBอินเตอ-ิเวณ-์เซกกับเซตCที่วงกลมทั้ง3นะคะซ้อนทับกันค่ะนั่นก็คือตรงกลางนี้เองค่ะเพราะฉะนั้นแล้วนะคะข้อที่4จึงตอบว่าเซตของ{0}ค่ะเดี๋ยวเราไปทบทวนสิ่งที่เราได้เรียนรู้กันในวันนี้กันดีกว่าค่ะอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAและเซตBนะคะก็คือเซตนะคะที่สมาชิกแต่ลตัว-่ะเป็นสมาชิกของทั้งเซตAและเซตBนะคะเราจะเขียนแทนด้วยเซตAค่ะตามด้วยเครื่องหมายลักษณะนี้นะ-่แล้วก็ตามด้วยเซตBค่ะโดยบทนิยามของAนะคะเซตAอ(∩)B-ินเตอร์เซกกับเซตBนะคะจะเท่ากับเซตนะคะที(ซึ)-่ประกอบไปด้วยสมาชิกxค่ะโดยที่xเป็นสมาชิกของเซตAนะคะและX(x)เป็นสมาชิกของเซตBนั่นเองค่ะซึ่งเราสามารถเชื่อมโยงนะคะการอินเตอร์เซกชันกันนะคะและแผนภาพได้ดังนี้ค่ะแผนภาพแรกนะคะคือส่วนที่แรเงาค่ะคือส่วนที่A∩BคเซตAอินเตอร์เซกกับเซตBค-่ะแผนภาพที่2นะคะเป็นแผนภาพที่เซตAและเซตBนะคะไม่มีสมาชิกร่วมกันค่ะA∩B=เซตAกับเซตBจ-ึ(∅)งเท่ากับเซตว่างค-่ะแผนภาพที่3นะคะเป็นแผนภาพที่เซตBนะคะเป็นสับเซตของเซตAนะคะส่วนที่แรเงาก็คือเซตA∩Bค่ะซึ่งจะเอินเตอร์เ(ท)-่ก(า)กับเซตBนั่นเองค่ะนอกจากนี้นะคะเรายังสามารถระบุการอินเตอร์เซกช-ันก-ันของเซต3เซตได้ดังนี้ค่ะอินเตอร์เซกชันนะคะของเซตAเซตBและเซตCนะคะก็คืเซตนะะที่สมาชิกของแต่ละตัวค่ะเป็นสมาชิกของเซตของทั้งเซตAเซตBและเซตCนะคะส่วนที่แรเงานะคะในแผนถ(ภ)าพก็คือส่วนที-่A∩B-่เซตAอินเตอร์เซกกับเซตBอ(∩)C-ินเตอร์เซกกับเซตCค่ะก่อนจะจากกันนะคะคุณครูก็มีแบบฝึกหัดนะคะจำนวน4ข้อให้นักเรียนลองไปฝึกทบทวนกันค่ะสำหรับวันนี้นะคะคุณครูก็ขอลาไปก่อนค่ะสวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-02 13:04:56
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}