Accuracy : 84.29%
Insertion : 311
Deletion : 1720
Substitution : 172
Correction : 12130
Reference tokens : 14022
Hypothesis tokens : 12613
[เสียงดนตรี](คุณครูขจิต)สวัสดีครับนักเรียนทุกคนกลับมาพบกันอีกคร-ั-้งหน-ึ่ใ(ง)นะครับกับการเรียนรู้ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีในชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ครับสำหรับเนื้อหาในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีในชั้นมัธยมศึกษาปีที่4แล้วนะครับที่สามารถแบ่งออกเป็น2(3)หัวข้อใหญ่ๆนะครับคท(ร)-ั้งนี้นะครับเรายังคงเรียนรู้กน-ี(-ั)นอยู่ในหัวข-้อการแก้ไขปัญหาต-่าง(ม)กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับโดยที่เราจะมาเรียนรู้กันต่อนะครับในวั(บท)นที่6นะครับในหัวข้อที่2ก็คือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมตอนที่2ซึ่งการเรียนรู้ในครั้งนี้นะคร-ับจะเกี่ยวข้องก-ับ2ขั้นตอนของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมก็คือขั-้นการออกแบบว-้น(-ิ)ธีการแก้ปัญหาและขั้นตอนการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหาครับโดยที่มีจุดประสงค์ในการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับคือต้องการให้นักเรียนสามารถออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์จากองค์ประกอบที่จำเป็นและเปรียบเทียบทางเลือกในการแก้ปัญหาครับและให้นักเรียนสามารถวางแผนขั้นตอนการทำงานและดำเนินการแก้ปัญหาไดนะ(-้)ครับถ้านักเรียนพร้อมแล้วเราไปเริ่มพร้อมเรียนรู้กันเลยครับนักเรียนยังคงจำก-ันารพ-ั(ไ)ดฒ(-้)นาก(ะค)ระ(-ั)บว-่น(า)การเรียนรู้ในครั้งก่อนจากสแ(ถ)านการณผน(-์)การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเราได้สำรวจสถานการณ์และการ(ได้)วิเคราะห์องค์ประกอบและสาเหตุของปัญหาจนได้ขอบเขตของปัญหาที่เราสนใจซึ่งก็คือปัญหาการสูญเสียการได้ยินของผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นจากประสาทหูเสื่อมลงตามวัยจ-ึ(น)งส่งผลต่อการได้ยินเสียงดังนั้นจึงต้องการวิธีการให้(ที่)ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถได้ยินเสียงได้ดีขึ้นนั่นเองครับหและ(รือ)มีระดับการได้ยินปกติต่อมาเราจ(ไ)ด-ึง(-้)นำขอบเก็(ขต)บของปัญหานั้นมากำหนดประเด็นเพื่อรวบรวมข้อมูลในการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและได้สรุปความเชื่อมโยงของข้อมูลที่รวบรวมมาซึโย(-่)งอาจสรุปในรูปแบบของแผนที่ความคิดรวมทั้งเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและ(ของ)แนวทางการแก้ปัญหาที่เราสนใจซึ่งก็คืออ-ุปกรณ์เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภทนะครับซึ่งจากการเปรียบเทียบเครื่องช่วยฟังแต่ละประเภทพบว่ามีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไปซึ่งเราสามารถนำข้อมูลดังกล่าวนะครับมาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและพัฒนาเครื่องช่วยฟังของเรานั่นเองอย่างเหมาะสมภายใต้ความรู้ความสามารถทรัพยากรและข้อจำกัดที่เรามีครับในการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาเพื่อให้ง่ายขึ้นเราอาจคิดถึงสิ่งที่เราควรทำในขั้นตอนนี้กันครับซึ่งประกอบด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาการสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาและการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาครับดังนั้นเรามาเริ่มเรียนรู้กันในเรื่องของการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหากันก่อนครับจากแนวคิดที่จะพัฒนาเครื่องช่วยฟังสิ่งที่จะช่วยให้นักเร-ี(า)ยนคิดแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมคือการคิดถึงองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาวิธีการหนึ่งคือการใช้เทคนิคfunctionanalysisdiagramซึ่งเป็นเทคนิคที่แยกแยะหน้าที่หรือคุณสมบัต-ิที่จำเป็นแล-ิ(ะ)ควน(ร)มีต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ซึ่งเราอาจพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ประเภทนั้นที่มีอยู่แล้วและแยกแยะในแต่ละองค์ประกอบพื้นฐกแยะ(า)นที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นใช้งานได้ตามหน้าที่โดยอา-ั(จ)ตรา(-ัด)ส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปแล-้ะ(ว)ถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพร่าง2มิติหรือ3มิติเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนต(ด)-ั-้งน-ัา(-้)นเรแ(า)ล-้วรองมายกตัวอย่างผลิตภเกี่ยวพ-ัณฑน(-์)กันครับไม้เท้านักเรียนลองคิดด-ูกันนะครับว่าน่าจะมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้างคุณครูจะให้เวลาคิด10วินาทีครับนักเรียนคิดว่าไหม-้เคร(ท)-้-ับ(า)ควรมีองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อให้สามารถใช้งานได้ประกอบด้วยอะไรบ้างครับมีที่จับใช่ไหมครับและมีอะไรอีกครับแท่งค้ำยันใช่ไหมครับแล-้(ะ)วก็มีฐานทั้งหมดล้วนแต่เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการนำไม้เท้ามาใช้งานครับตอนนี้เราลองมาช่วยกันวิเคราะห์กันครับว่าเครื่องช่วยฟังแม้จะมีหลายรูปแบบแต่ควรมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้างครับที่จำเป็นต่อการทำงานของอุปกรณ์เพื่อช่วยให้การได้ยินเสียงได้ดีขึ้นอย่างแรกก็คืออุปกรณ์รับเสียงเช่นไมโครโฟนขนาดเล็กที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้าวงจรขยายเสียงซึ่งทำหน้าที่ขยายสัญญาณไฟฟ้าที่เปลี่ยนมาจากสัญญาณเสียงให้ตรงกับระดับการได้ยินของผู้ใช้งานอุปกรณ์ถ่ายทอดเสียงเช่นลำโพงขนาดเล็กที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้ามาเป็นเสียงและทำการส่งสัญญาณเสียงนั้นเข้าไปในหูของผู้ใช้งานนอกจากนี้นะครับยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่จำเป็นคือแหล่งกำเนิดไฟฟ้าอุปกรณ์สำหรับปิด-เปิดอุปกรณ์สำหรับปรับระดับเสียงทั้งหมดล้วนแต่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อช่วยให้เครื่องช่วยฟังนะครับสามารถใช้งานหรือใช้ประโยชน-์ได้ตามหน้าที่ครับในกิจกรรมที่6.3ตอนที่1ให้นักเรียนจำแนกองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นและควรมีต่อแนวทางการแก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจโดยการวิเคราะห์ด้วยfunctionanalysisdiagramและถ่ายทอดผลการวิเคราะห์เป็นภาพ2มิติหรือ3มิติที่ระบุหน้าที่และคุณสมบัติของแต่ละองค์ประกอบพื้นฐานโดยมีเวลาในการทำกิจกรรม20นาทีครับนักเรียนอาจะหยุดพักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อนนี่เพื่อทำกิจกรรมครับการแก้ปัญหาในลำดับถัดมาก็คือการสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาครับโดยในขั้นตอนนี้ก็คือการนำข้อมูลองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการพัฒนาแนวทางในการแก้ปัญหาและขอบเขตของปัญหาที่กำหนดไว้มาใช้ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาให้มีรายละเแนวทา(อ)-ียง(ด)ที่ชัดเจนและอาจออกแบมา(บ)ไว้หลา-ัง(ย)แนวทางเพื่อที่จะได้นำแนวทางเหล่านี้นะครับมาใช้ในการพิจารณาตัดสินใรับ(จ)เลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสมซึ่งอาจพิจารณาจากเงื่อนไขและขอบเขตของปัญหารวมท-ัา(-้)งพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆเช่นข้อดีข้อเสียของแนวทางการแก้ปัญหาความสอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมการนำไปใช้งานเพื่อแก้ปัญหาความประหยัดความปลอดภัยการบำรุงรักษาซึ่งปัจจัยต่างๆเหล่านี้นะครับที่นำมาพิจารณาอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมกับปัญหาต่างๆครับตอนนี้เราลองมาดูตัวอย่างการสร-้างแนวทางในการแก้ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินซึ่งเรามีแนวคิดที่จะสร้างเครื่องช่วยฟังใช่ไหมครับจากการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานทั้งหมดที่จำเป็นจะเห็นว่ามีส่วนของวงจรขยายเสียงอาจเป็นอุปกรณ์ที่เกิด(น)ความสามารถของนักเรียนที่จะออกแบบและสร้างขึ้นด้วยตนเองจากความรู้นะครับในระดับชั้นมัธยมศึกษาแต่จากการสืบค้นนะครับพบว่ามีการผลิตแล-้(ะ)วก็จำหน่ายอุปกรณ์ที่สามารถนำมาสร้างวงจรที่ช่วยขยายเสียงอย่างง่ายขึ้นได้ซึ่งมีผู้ผลิตชุดวงจรไว้หลายแบบโดยวงจรแต่ละแบบนะครับอาจมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการขยายเสียงที่แตกต่างกันซึ่งอาจนำข้อมูลของแต่ละวงจรเหล่านี้นะครับมาเปรียบเทียบกันในรูปแบบของตารางโดยกำหนดเกณฑ์การเปรียบเทียบนะครับที่สอดคล้องกับการพิจารณาครับตัวอย่างการกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อเปรียบเทียบวงจรแต่ละแบบเช่นปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้คุณภาพของเสียงที่ได้การปรับเปลี่ยนความดังของเสียงการประกอบหรือซ่อมแซมราคาโดยนำเกณฑ์เหล่านี้นะครับมาพิจารณาในแต่ละวงจรและให้ค่าน้ำหนักคะแนนเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับคุณภาพที่มีกุ้(ซึ่)งจากตัวอย่างการพิจารณาพบว่าวงจรขยายเสียงแบบที่2นะครับมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาเครื่องช่วยฟังเมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ทั้งหมดโดยได้ผลคะแนนทั(สู)-้งสหม(-ุ)ดแต่ด้วยขนาดของแผ-่นแต่ด้วยขนาดของแผ่นวงจรนะครับที่มีขนาดใหญ่จึงมีข้อจำกัดทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาเครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหูและเครื่องช่วยฟังแบบใส่ในช่องหูได้ครับแต่จากขนาดของแผ-่ง(น)วงจรพิมพ์ยังสามารถนำมาพัฒนาเครื่องช่วยฟังแบเ(บ)กล-่อา(ง)ได้ครับกา-ำล(ร)-ังออกแบบเครื่องช่วยฟังนอกจากวงจรที่ช่วยขยายเสียงแล้วยังมีส่วนประกอบอื่นที่จำเป็นในการทำงานของเครื่องช่วยฟังตามที่เราได้วิเคราะห์ด้วยfunctionanalysisdiagramนะครับได้แก่อุปกรณ์รับเสียงอุปกรณ์ถ่ายทอดเสียงแหล่งกำเนิดไฟฟ้าซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้นะครับสามารถเลือกใช้จ-ับอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์นะครับที่มีการผลิตเพื่อจำหน่ายเพื่อนำมาใช้ในการออกแบบแล-้ะ(ว)ก็พัฒนาเครื่องช่วยฟังดังรูปแผนที่ความคิดนะครับแสดงแนวทางการพัฒนาเครื่องช่วยฟังนะครับซึ่งเราอาจเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการออกแบบแล-้วกะ(-็)พัฒนาเครื่องช่วยฟังดังได้ดังนี้ครับอุปกรณ์รับเสียงเค(ล)ร-ื-่อง(ก)ไมค์คอนเดนเซอร์เนื่องจากมีความไวนะครับในการรับสัญญาณเสียงอุปกรณ์ถ่ายทอดเสียงเต้(ลื)อง(ก)ใช้หูฟังชนิดใส่ในช่องหูเนื่องจากมีความสะดวกในการใช้งานและมีน้ำหนักเบากว่าลำโพงนะครับแหล่งกำเนิดไฟฟ้านะครับเลือกใช้แบตเตอรี่A3(A)A1.5โวลต์หากใช้2ก้อนก็ให-้ความต่างศักย์ไฟฟ-้าเพียงพอขนาด3โวลท(ต)-์มีน้ำหนักเบาแล้วก็หาซื้อได้สะดวกครับเมื่อเราเลือกรูปแบบวงจรขยายเสียงอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาใช้ในการพัฒนาเครื่องช่วยฟังเรียบร้อยแล้วเราสามารถนำอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้นะครับมาทดลองต่อตามรูปแบบวงจรขยายเสียงเพื่อทดสอบการทำงานว่าตรวจสอบขยายสามารถขยายเสียงในการได้ยินให้ดีขึ้นได้หรือไม่นะครับในกิจกรรมที่6.3ตอนที่2ให้นักเรียนสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจจากกิจกรรมที่ผ่านมานะครับโดยใช้ผลจากการจำแนกองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นแล-้(ะ)วควรมีต่อแนวทางการแก้ปัญหาก(แ)ล-ัน(ะ)ข้อมูลที่รวบรวมไว้จากนั้นประเมินทางเลือกในการแก้ไขปัญหาที่สร้างขึ้นโดยสร้างตารางนะครับเพื่อตัดสินใจเลือกทางเลือกในการแก้ไขปัญหาโดยมีเวลานะในการทำกิจกรรมนี้นะครับในการทำกิจกรรมนี้นะครับ20นาทะ(-ี)ครับนักเรียนอาจหยุดหา(พั)กว-ีด-ิทัศดีโอ(น์)นี้ไว้ก่อนเพืก็(-่อ)ทำกิจกรรมครับการแก้ปัญหาในลระบ(-ำดั)บต(ถ)-ัดไมานะครับก-้(-็)คือการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาครับซึ่งก็ค-ือการนำทางเล-ือกในการแก้ปัญหาของเรานั้นมาพ-ั-ิจา(ฒน)รณาให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั่นเองซึ่งจากตัวอย่างนะครับปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินนะครับคือการพัฒนาโครงสร้างนะครับของช(เ)ครื-ุมชนฟ(-่อ)-ังไ(ช)ม-่วยให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานโดยมีวงจรขยายเสียงและอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต่อการทำงานของเครื่องช่วยฟังการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหานะครับมีความสำคัญนะครับเนื่องจากเป็นการสื่ศึกษ(อส)ารแนวคิดที่ใช้ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของเราให้มีความเป็นรูปธรรมสามารถทำได้หลายวิธีซึ่งอาจเริ่มต้นนะครับจากวิธีการที่ง่ายแลๆ(ะ)ใช้ทรัพยากรน้อยไปจนถึงวิธีการที่ซับซ้อนดังนั้นเราไปเริ่มเรียนรู้กันเลยครับว่ามีวิธีการที่ช่วยให้เราถ่ายทอดความคิดอะไรบ้างซึ่งเรานะครับอาจจะเริ่มต้นนะครับจากการถ่ายทอดความคิดอย่างง่ายนะครับเช่นการเขียนภาพ2มิติซึ่งเป็นการถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่างนะครับที่แสดงให้เห็นถึงความกว้างความยาวหรือความสูงของชิกล-ุ่(-้น)มงานนะครับถัดมานะครับเป็นภาพ3มิตินะครับซึ่งเป็นภาพที่ประกอบด้วยความกว้างความยาวและความสูงมีความเหมือนจริงมากกว่าม(ภ)าพกกว่า2มิตินะครับการเขียนภาพ3มิตินะครับที่นิยมใสาย(ช้)หน-่(ะ)อยครับมี2แบบก็คือแบอย-่(บ)างที่ห(1)นึ่งก็คือภาพออบลิคนะครับเป็นภาพ3มิติที่มองเห็นภาพด้านหน้าเป็นแนวตรงนะครับน(ม)-ี-ิท(ฐ)านของภาพขนานกับเส้นระด-ับนะคร-ับสามารถวัดขนระ(า)ด-ับได้ส่วนด้านยาวนะครับนิยมเขียนให้ทำมุม45องศาครับภาพ3มิติอีกแบบหนึ่งนะครับก็คือภาพไอโซเมตริกนะครับisometricเป็นภาพ3มิติที่มองเห็นรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับของจริงและมีแนวส-ัาร(น)ของวัตถุอีกด้านหนึ่งนีแอบ(-่)ตั้งฉากกับเส้นระดับนะครับส่วนความกว้างกับความยาวจะทำมุม30องศากับเส้นระดับครับภาพฉายภาพฉายเป็นภาพที่แสดงรายละเอียดของชิ้นงานที่ออกแบบไว้ในแต่ละด้านนะครับประกอบด้วยภาพด้านหน้าด้านข้างและด้านบนเป็นอย่างน้อยนะก(ค)ร-ับโดยภาพแต่ละด-้านก็คือภาพที่เราใช้ตามองตามแนวล-้(-ู)กศวสอ(ร)นในแต่ละด้านนะครับแล้วเขียนออกมาเป็นภาพ2มิติในบางกรณีนะครับจำเป็นอาจจะต้องมีภาพด้านหลังหรือภาพด้านล่างด้วยก็ได้นะครับโดยภาพถ(ฉ)-่ายแต่ละด้านจะแสดงขนาดและหน่วยในการวัดเพื่อสามารถนำไปสร้างแบบจำลองหรือชิ้นงานได้ครับนอกจากการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาเป็นภาพต่างๆแล้วยังสามารถสื่อสารแนวคิดออกมาเป็นรูปแบบอื่นนะคร-ับเช่นผังงานซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิดการทำงานอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งแสดงรายละเอียดอาจเป็นขั้นตอนนะครับโดยใช้สัญลักษณ์ในการสื่อความหมายของลำดับการทำงานเช่นขั้นตอนการรักษาพยาบาลนะครับในโรงพยาบาลการสศ(-ื)-่อ-ึกษ(ส)ารแนวคิดในการแก้ปัญหานะครับยังสามารถใช้แผนภาพนะครับซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิดการทำงานออกมาเป็นภาพนะครับฟ(พ)อร-้-์(อ)มแสดงรายละเอียดองค์ประกอบเร(พ)-ื่องแสดงให้เห็นว-่-ิธ(าม)-ีการทำงานหรือวิธีการอย่างไรดังตัวอย่างลักษณะแปร(ล)งระบบบำบัดน้ำนะครับด้วยพืชและหญ้านะครับการสื่อศึกษ(ส)ารแนวคิดนะครับยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบเป็นภาพ2มิติและภาพ3มิติและภาพฉายซึ่งจะช่วยให้ผู้ออกแบบได้เห็นภาพที่กำลังออกแบบไว้ในมุมต่างๆได้อย่างถูกต้องใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้นสามารถปรับเปลี่ยนส่วนต่างๆของสิ่งที่ออกแบบตามความคิดของเราได้อย่างรวดเร็วนะครับซอฟSof(ต)-์แtwa(ว)รre(-์)นะครับที่ช่วยในการออกแบบมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีคุณสมบัตินะครับและจุดเด่นที่แตกต่างกันจึงควรเลือกใช้นะครับให้เหมาะสมกับการใช้งานครับตัวอยา(-่)กการ(ง)ออกแบบเครื่องช่วยฟังนะครับสำหรับผู้สูงอายุนะครับสามารถออกแบบด้วยการเขียนออกมาเป็นภาพ3มิติและภาพฉายเพื่อให้เห็นรายละเอียดของชิ้นงานมากขึ้นเพื่อสื่อสารแล-้ะ(ว)ก็อธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างชัดเจนแล้วยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์นะครับช่วยในการออกแบบเพื่อสื่อสารออกมาเป็นภาพ3มิติแล-้วกะ(-็)ภาพฉายได้เช่นเดียวกันครับในกิจกรรมที่6.3ตอนที่3ครับให้นักเรียนออกแบบและพัฒนาการแก้ปัญหาตามแนวทางที่ตนเองเลือกนะครับจากกิจกรรมที่6.3ตอนที่2และสื่อสารให้ผู้อื่นนะครับเข้าใจด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับแนวทางการแก้ไขปัญหาซึ่งอาจจะเป็นการเขียนภาพร่างของชิ้นงานนะครับหรือแผนผังหรือแผนภาพของวิธีการแก้ไขปัญหานะครับหากเป็นภาพร่างนะครับห(ข)รืองชิ้นงานควรมีการระบุรายละเอียดของวัส-่ว(ดุ)นที่ใช้สร้างนะครับขนาดของชิ้นงานโดยมีเวลาในการทำกิจกรรมนะครับ20นาทีครับนักเรียนอาจหยุดภาพ-ักว-ีด-ิทัศน์ด(น)-ีโ(-้)อไว้ก่อนเพื่อทำกิจกรรมครับเมื่อดำเนินการแก้ปัญหามาถึงตอนนี้นะครับนักเรียนคงได้ออกแบบแล้วก็พัฒนาแนวคิดของนักเรียนที่ชัดเจนรวมทั้งเลือกวิธีการเพื่อถ่ายทอดความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจแล้วจากตัวอย่างนะครับปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินที่ได้มีการออกแบบแล้วก็ถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพ3มิติแล-้ะ(ว)ก็ภาพถ(ฉ)-่ายนะครับก่อนการลงมือสร้างชิ้นงานนะครับควรมีการวางแผนโดยกำหนดลำดับขั้นตอนของกิจกรรมในการสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการตามที่ได้ออกแบบไว้นะครับมีการกำหนดเป้าหมายแล้วก็เวลาในการดำเนินงานหากการแก้ปัญหานั้นนะครับมีการดำเนินก(ง)าร(น)โดยหลายคนนะครับอาจกำหนดผู้รับผิดชอบนะครับในแต่ละขั้นตอนนะครับอย่างชัดเจนหลังจากนั้นนะครับจึงลงมือทำการสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้ครับเมื่อเราได้วยกำหนดรายละเอียดต่างๆแล้วนะครับจึงนำข้อมูลต่างๆเหล่านี้นะครับมาจัดทำในรูปแบบของตารางเพื่อให้ได้แผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนขึ้นนะครับเช่นตัวอย่างแผนการปฏิบัติงานการสร้างเครื่องช่วยฟังนะครับซึ่งได้มีการกำหนดกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการนะครับโดยมีการจัดลำดับนะครับกิจกรรมที่ต้องดำเนินการก่อนและหลังนะครับรวมทั้งมีการระบุจำนวนเวลานะครับที่ใช้ในการดำเนินง(ก)าน(ร)ในแต่ละกิจกรรมและช่วงเวลาที่ดำเนินการกิจกรรมนั้นๆนะครับในการแก้ปัญหาซึ่งนักเรียนจะเห็นว่าการจัดทำแผนปฏิบัติงานนะครับจะช่วยให้ผู้แก้ปัญหาและผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับเห็นการทำงานที่ชัดเจนทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอนแล้วก็จึงส่งผลนะครับต่อความสำเร็จนะครับในการแก้ไขปัญหาครับในกิจกรรมที่6.4นะครับให้นักเรียนวางแผนการดำเนินงานนะครับในการแก้ไขปัญหาโดยกำหนดกิจกรรมแล-้ะ(ว)ก็ระยะเวลานะครับในการปฏิบัติงานในแต่ละกิจกรรมนะครับตั้งแต่เริ่มต้นจนะครับจบ(น)สิ้นสุดของกระบวนการสร้างชิ้นงานหรือวิธีการแก้ไขปัญหาจากนั้นนะครับให้นำข้อมูลที่กำหนดขึ้นนะครับจัดทำในรูปแบบของตารางนะครับแผนปฏิบัติงานโดยมีเวลานะครับในการทำกิจกรรมนะครับ20นาทีนักเรียนนะครับอาจหยุดพักวีดิทัศน์นี้ไว้ก่อนเพื่อทำกิจกรรมครับหลังจากวางแผนการทำงก-ิ(า)นจกรรมเรียบร้อยแล้วนะครับต่อไปก็คือการลงมือแก้ไขปัญหาซึ่งอาจเป็นการสร้างชิ้นงานหรือหา(นำ)วิธีการแก้ปัญหาของเก(ร)านะคร-ับไปปฏิบัตินะครับตามแผนที่กำหนดไว้หากเป็นการสร้างชิ้นงานนะครับควรเลือกใช้วัสดุทรัพยากรให้เหมาะสมกของ(-ับ)ประเภทของงานรวมทั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานก็ต้องใช้อย่างถูกต้องแล-้ะ(ว)ก็คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานด้วยครับการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับนักเรียนได้เรียนรู้นะครับให(น)-้2ขั้นตอนของการแก้ไขปัญหาตามกระบวของ(น)การออกแบบเชิงวิศวกรรมซึ่งช่วยให้เราสามารถออกแบบวิธีการแก้ปัญหาและลงมือแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมนะครับซึ่งในขั้นการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาอทำซึ่งในะครับหลังจากที่ไดใน(-้)เลือกแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาแล้วจึงนำข้อมูลแล-้วกะ(-็)แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหานะครับมาใช้ในการออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาแล-้(ะ)วตัดสินใจเลือกแนวทางการแก้ไขปัญหาภายใต้ขอบเขตปัญหาความรู-้แล-้วก็ทรัพยากรที่มีนะครับแล-้(ะ)วถ่ายทอดความคิดในการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมเพื่อให้ผู้อื่นนะครับเข้าใจด้วยวิธีการที่เหมาะสมครับขั้นต่อมาคือขั้นวางแผนแล-้วก็ดะ(-ำ)เนินการแก้ปัญหาก่อนที่จะลงมือแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้นะครับคบ(ว)รม-ิ(-ี)การกำหนดขั้นตอนในการทำงานเป้าหมายนะครับแล้วก็ระยะเวลาในการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจนกา(แ)ล้วจึงสร-้างชิ้นงานหรือลงมือแก้ไขปัญหาตามที่ออกแบบไว้ครับในครั้งหน้านะครับเราจะมาเรียนรู้กันต่อนะครับว่าหลังจากที่เราได้ออกแบบและสร้างชิ้นงานหรือวิธีการในการแก้ไขปัญหาแล้วเราจะทราบได้อย่างไรครับวม(-่)าชิทำ(-้น)งานหรือวิท(ธ)-ีม(ก)งารในการแก้ปัน(ญ)หร(า)ของเร-ือ(า)สามารถแก้ไขปัญหาได้ดีเพียงใดหรือได้อย่างเหมาะสมหรือไม-่อย-่างไรกันนะครับสำหรับครั้งนี้สวัสดีครับ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-05 15:35:24
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}