Accuracy : 78.68%
Insertion : 342
Deletion : 2396
Substitution : 251
Correction : 11375
Reference tokens : 14022
Hypothesis tokens : 11968
[เสียงดนตรี](คุณครูขจิต)สวัสดีครับนักเรียนทุกคนกลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่งนะครับกับการเรียนรู้ในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีในชั้นมัธยมศึกษาปีที่4ครับสำหรับเนื้อหาในวิชาเทคโนโลยีการออกแบบและเทคโนโลยีในชั้นมัธยมศึกษาปีที่4แล้วนะครับที่สามารถแบ่งออกเป็น2(3)หัวข้อใหญ่ๆนะครับคท(ร)-ั้งนี้นะครับเรายังคงเรียนรู้กน-ี(-ั)นอยู่ในหัวข-้อการแก้ไขปัญหาต-่าง(ม)กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมครับโว-ัน(ดย)ที่เราจะมาเรียนรู้กันต่อนะครับในวั(บท)นที่6นะครับในหัวข้อที่ส(2)องก็คือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมตอนที่2ซึ่งการเรียนรู้ในครั้งนี้นะคร-ับจะเกี่ยวข้องก-ับ2ขั้นตอนของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมก็คือค(ข)-ั-้นการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาและขั้นตอนการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหาครับโดยที่มีจุดประสงค์ในการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับคือต้องการให้นักเรียนสามารถออกแบบวิธีการแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์จากองค์ประกอบที่จำเป็นและเปรียบเทียบทางเลือกในการแก้ปัญหาครับและให้นักเรียนสามารถวางแผนขั้นตอนการทำงานและดำเนินการแก้ปัญหาไดนะ(-้)ครับถ้านักเรียนพร้อมแล้วเราไปเริ่มพร้อมเรียนรู้กันเลยครับนักเรียนยัโ(ง)ครงจำก-ันารพ-ั(ไ)ดฒ(-้)นาก(ะค)ระ(-ั)บว-่น(า)การเรียนรู้ในครั้งก่อนจากสแ(ถ)านการณผน(-์)การใช้ชีวิตของผู้สูงอายุเราได้สำรวจสถานการณ์และการ(ได้)วิเคราะห์องค์ประกอบและสาเหตุของปัญหาจนได้ขอบเขตของปัญหาที่เราสนใจซึ่งก็คือปัญหาการสูญเสียการได้ยินของผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นจากประสาทหูเสื่อมลงตามวัยจง(น)ส่งผลต่อการได้ยินเสียงดังนั้นจึงต้องการวิธีการให้(ที่)ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถได้ยินเสียงได้ดีขึ้นนั่นเองครับหและ(รือ)มีระดับการได้ยินปกติต่อมาเราได้นำขอบเก็(ขต)บของปัญหานั้นมากำหนดประเก(ด)-็นเพื่อรล(ว)บรวมข้อมูลในการหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาและได้สรุปความเชื่อมโยงของข้ห(อ)มู-่(ล)ที่รล(ว)บรวมมาซึสะ(-่ง)อาจสรุปในรูปแบบขอด(ง)แผนที่ความคิดรวมทั้งเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและ(ของ)แนวทางการแก้ปัญหาที่เราสนใจซึ่งก็คืออ-ุปกรณ์เครื่องช่วยฟังแต่ละประเภทนะครับซึ่งจากการเปรียบเทียบเครื่องช่ให(วย)-้ฟังแต่ละประเภทศพบว่ามีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันไปซึ่งเราสามารถนำข้อมูลดังกล่าวนะครับมาใช้เป็นแนวทางในการออกแบบและพัฒนาเครื่องช่วยฟังของเรานั่นเองอย่างเหมาะสมภายใต้ความรู้ความสามารถทรัพยากรและข้อจำกัดที่เรามีครับในการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาเพื่อให้ง่ายขึ้นเราอาจคิดถึงสิ่งที่เราควรทำในขั้นตอนนี้กันครับซึ่งประกอบด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาการสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาและการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาครับดังนั้นเรามาเริ่มเรียนรู้กันในเรื่องของการวิเคราะห์องค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหากันก่อนครับจากนั้นแนวคิดที่จเชิง(ะ)พัฒนาเครื่องช่วยฟังสิ่งที่จะช่วยให้นักเร-ี(า)ยนคิดแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมคือการคิดถึงองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาวิธีการหนึ่งคือการใช้เแก(ท)คนิะ(ค)functionanalysisdiagramซึ่งเป็นเทคนิคที่แยกแยะหน้าที่หรือคุณสมบัต-ิที่จำเป็นแล-ิ(ะ)ควน(ร)มีต่อการออกแบบผลิสุพ(ต)ภัณฑ์ซรรณ(-ึ)-่งเราอาจพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ประเภทนั้นที่มีอยู่แล้วและแยกแยะในแต่ละองค์ประกอบพื้นฐกแยะ(า)นที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นใช้งานได้ตามหน้าที่โดยอา-ั(จ)ตรา(-ัด)ส่วนที่ไม่จำเป็นออกไปแล-้ะ(ว)ถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพร่าง2มิติหรือ3มิติเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนต(ด)-ั-้งน-ัา(-้)นเรแ(า)ล-้วรองมายกตัวอย่างผลิตภเกี่ยวพ-ัณฑน(-์)กันครับไม้เท้านักเรียนลองคล-ิดดูกันนะครับว่ป(า)น่าจะมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้างคุณครูจะให้เวลาคิด10วินาทีครับนักเรียนคิดว่าไม้เท้าควรมีองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อให้สามารถใช้งานได้ประกอบด้วยอะไรบ้างครับมีที่จับใช่ไหมครับและมีอะไรอีกครับแท่งค้ำยันใช่ไหมครับแล-้(ะ)วก็มีฐานทั้งหมดล้วนแต่เป็นองค-ุ(-์)ประกรณ(อบ)-์ที่จำเป็นต่อการนำไม้เท้ามาใช้งานครับตอนนี้เราลองมาช่วยกันวิเคราะห์กันครับว่าเครื่องช่วยฟังแม้จะมีหลายรูปแบบแต่ควรมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรบ้างครับที่จำเป็นต่อการทำงานของอุปกรณ์เพื่อช่วยให้การได้ยินเสียงได้ดีขึ้นอย่างแรกก็คืออุปกรณ์รับเสียงเช่นไมโครโฟนขนาดเล็กที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้าวงจรขยายเสียงซึ่งทำหน้าที่ขยายสัญญาณไฟฟ้าที่เปลี่ยนมาจากสัญญาณเสียงให้ตรงกับระดับการได้ยินของผู้ใช้งานอุปการณ์ถ่ายทอดเสียงเช่นลำโพงขนาดเล็กที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟฟ้ามาเป็นเสียงและทำการส่งสัญญาณเสียงด(น)-ั-้นเข้าไง(ป)ในหูของผู้ใช้งานนอกจากนี้นะครับยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่จำเป็นคือแหล่งกำเนิดไฟฟ้าอุปกรณ์สำหรับปิด-เปิดอุปกรณ์สำหรับปรับระดับเสียงทั้งหมดล้วนแต่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อช่วยให้เครื่องช่วยฟังนะคร-ับ-้นน่ะสามารถใช้งานหรือใช้ประโยชน-์ได้ตามหน้าที่ครับในกิจกรรมที่6.3ตอนที่1ให้นักเรียนจำแนกองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นและควรมีต่อแนวทางการแก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจโดยการวิเคราะห์ด้วยfunctionanalysisdiagramและถ่ายทอดผลการวิเคราะห์เป็นภาพ2มิติหรือ3มิติที่ระบหน-ู(-ุ)หน้าที่และคุณสมบัติของแต่ละองค์ประกอบพื้นฐานโดยมีเวลาในการทำกิจกรรม20นาทีครับนักเรียนอาจหยุดช(พ)-ักว-ีดิทัศน์-่(น)-ีาว(-้)ไว้ก่อนนี่เพื่อทำกิจกรรมครับการแก้ปัญหาในลำดับถัดมาก็คือการสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาครับโดยในขั้นตอนนี้ก็คือการนำข้อมูลองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการพัฒนาแนวทางในการแก้ปัญหาและขอบเขตของปัญหาที่กำหนดไว้มาใช้ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาให้มีรายละเแนวทา(อ)-ียง(ด)ที่ชัดเจนและอาจออกแบมา(บ)ไว้หลา-ัง(ย)แนวทางเล(พ)-ื-่อกที่จะไดป(-้)นำแนวทางเหล่านี้นะครั-ำ(บ)มาใช้ในการพิจารณาตัดสินใจเลือกแนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสมซึ่งอาจพิจารณาจากเงื่อนไขและขอบเขตของปัญหารวมท-ัา(-้)งพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆเช่นข้อดีข้อเสียของแนวทางการแก้ปัญหาความสอดคล้องกับทรัพยากรที่มีอยู่ผลกระทบต่อส-ังา(ค)มแก-๊ก(ละ)สิ่งแวดล้อมการนำไปใช้งานเพื่อแก้ปัญหาความประหยัดความปลอดภัยการบำรุงรักษาซึ่งปัจจัยส(ต)-ิ-่างๆเหล่านี้นะครับที่นำมาพิจารณาอาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมกับปัญหาต่างๆครับตอนนี้เราลองมาดูตัวอย่างการสร้างแซ-้(น)วทา-ำ(ง)ในการแก้ปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินซึ่งเรามีแนวคิดที่จะสร้างเครื่องช่วยฟังใช่ไหมคร-ับจากการวิเคร-ับ(า)ะห์องค์ประกอบพื้นฐานทั้งหมดที่จำเป็นจะเห็นว่ามีส่วนของวงจรขยายเสียงอาจเป็นอุปกรณ์ที่เกิด(น)ความสามารถของนักเรียนที่จะออกแบบและสร้างขึ้นด้วยตนเองจากความรู้นะครับในระดับชั้นมัธยมศึกษาแได้(ต่)จากการสืบค้นนะครับพบว่ามีการผลิตแล-้(ะ)วก็จำหน่ายอุปกรณ์ที่สามารถนำมาสร้างวงจรที่ช่วยขยายเสียงอย่างง่ายขึ้นได้ซึ่งมีผู้ผลิตชุดวงจรไว้หลายแบบโดยวงจรแต(บ)บ-่ล(น)ะครับอาแบบ(จ)มีอุปกรณ์ที่ช่วยในการขยายเสียงที่แตกต่างกันซึ่งอาจนำข้อมูลของแต่ละวงจรเหล่านี้นะครับมาเปรียบเทียบกันในรูปแบบของตารางโดยกำหนดเกณฑ์การเปรียบเทียบนะครับที่สอดคล้องกับการพิจารณาครับตัวอย่างการกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อเปรียบเทียบวงจรแต่ละแบบเช่นปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้คุณภาพของเสียงที่ได้การปรับเปลี่ยนความดังของเสียงการประกอบหรือซ่อมแซมราคาโดยนำเกณจน(ฑ์)เหล่านี้นะครับมาพิจารณาในแต่ละวงจรแโอน(ละ)ให้ค่าน้ำหนักคะแนนเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับคุณภาพที่มีกุ้(ซึ่)งจากตัวอย่างการพิจารณาพบว่าวงจรขยายเสียงแบบที่2นะครับมีความเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาเครื่องช่วยฟังเมื่อพิจารณาตามเกณฑ์ทั้งหมดโดยได้ผลคะแนนทั(สู)-้งสหม(-ุ)ดแต่ด้วยขนาดของแผ-่นแต่ด้วยขนาดของแผ่นวงจรนะครับที่มีขนาดใหญ่จึงมีข้อจำกัดทำให้ไม่สามารถนำมาใช้ในการพัฒนาเครื่องช่วยฟังแบบทัดหลังใบหูและเครื่องช่วยฟังแบบใส่ในช่องหูได้วยครับแต่จ-ั(า)กรขนาดของแผ-่ง(น)วงจรพิมพ์ยังสามารถนำมาพัฒนาเครื่องช่วยฟังแบเ(บ)กล-่อา(ง)ได้ครับกา-ำล(ร)-ังออกแบบเครื่องช่วยฟังนอกจากวงจรที่ช่วยขยายเสียงแล้วยังมีส่วนประกอบอื่นที่จำเป็นในการทำงานของเครื่องช่วยฟังก(ต)าร(ม)ที่เราได้วิเคราะห์ด้วยfunctionanalysisdiagramนะครับได้แก่อุปกรณ์รับเสียงอุปกรณ์ถ่ายทอดเสียงแหล่งกำเนิดไฟฟ้าซึ่งส่วนประกอบเหล่านี้นะครับสามารถเลือกใช้จ-ับอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์นะครับที่มีการผลิตเพื่อจำหน่ายเพื่อนำมาใช้ในการออกแบบแล-้ะ(ว)กา(-็)รพัฒนาเครื่อGoogleส(ง)ช่วยฟ-ั-่งดังรูปแผนที่ความคิดนะครับแสดงแนวทางการพัฒนาเครื่องช่วยฟังนะครับซึ่งเราอาจเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการออกแบบแล-้วกะ(-็)พัฒนาเครื่องช่วยฟังดังได้ดังนี้ครับอุปกรณ์รับเสียงเลือกไมค์คอนเดนเซอร์เนื่องร(จ)าจะ(ก)มีความไวนะครับในการรับสัญญาณเสียงอุปกรณ์ถ่ายทอดเสียงเต้(ลื)อง(ก)ใช้หูฟังชนิดใส่ในช่องหูเนื่องจากมีความสะดวกในการใช้งานแลต-่(ะ)มีน้ำหนักเบากว่าลำโพงนะครับแหล่งกำเนิดไฟฟ้านะครับเลือกใช้แบตเตอรี่A3(A)A1.5โวลต์หากใช้2ก้อนก็ให้ความต่างต(ศ)-ักย์ไฟฟ้ว(า)เพียงพอขนาด3โวลท(ต)-์มีน้ำหนักเบาแล้วก็หาซื้อได้สะดวกครับเมื่อเราเลือกรูปแบบวงจรขยายเสียงอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาใช้ในการพัฒนาเครื่องช่วยฟังเรียบร้อยแล้วเราสามารถนำอุปกรณ์ต่างๆเหล่านี้นะครับมาทดลองก(ต)-่อนตามรูปแบบวงจรขยายเสียงเพื่อตรวจ(ทด)สอบการทำบขย(ง)านว่ย(า)สามารถขยายเสียงในการได้ยินให้ดีขึ้นได้หรือไม่นะครับในกิจกรรมที่6.3ตอนที่2ให้นักเรียนสร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาที่นักเรียนสนใจจากกิจกรรมที่ผ่านมานะครับโดยใช้ผลจากการจำแนกองค์ประกอบพื้นฐานที่จำเป็นและ-้(ค)วค(ร)นมีต่อแนวทางการแก-้ป-ัญหาแลน(ะ)ข้อมูลที่รวบรวมไว้จากนั้นประเมินทางเลือกในการแก้ไขปัญหาที่สร้างขึ้นโดยสร้างตารางนะครับเพื่อตัดสินใจเลือกทางเลือกในการแก้ไขปัญหาโดยมีเวลานะครับในการทำกิจกรรมนี้นะครับ20นาทสวัสด-ีครับนักเรียนอาจหยุดหา(พั)กวีด-ิทัศ-ีโอ(น์)นี้ไว้ก่อนเพืก็(-่อ)ทำกิจกรรมครับการแก้ปัญหาในลระบ(-ำดั)บต(ถ)-ัดไมานะครับก-้(-็)คือการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาครับซึ่งก็ค-ือการนำทางเล-ือกในการแก้ปัญหาของเรานั้นมาพ-ั-ิจา(ฒน)รณาให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นนั่นเองซึ่งจากตัวอย่างนะครับปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินนะครับคือการพัฒนาโครงสร้างนะครับของช(เ)ครื-ุมชนฟ(-่อ)-ังไ(ช)ม-่วยให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานโดยมีวงจรขยายเสียงและอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต่อการทำงานของเครื่องช่วยฟังการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหานะครับมีความสำคัญนะครับเนื่องจากเป็นการสื่ศึกษ(อส)ารแนวคิดที่ใช้ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการของเราให้มีความเป็นรูปประธรรมสามารถทำได้หลายวิธีซึ่งอาจเริ่มต้นนะครับจากวิธีการที่ง่ายแลๆ(ะ)ใช้ทรัพยากรน้อยไปจนถึงวิธีการที่ซับซ้อนดังนั้นเราไปเริ่มเรียนรู้กันเลยครับว่ามีวิธีการที่ช่วยให้เราถ่ายทอดความคิดอะไรบ้างซึ่งเราอาจจะเริ่มต้นนะครับจากการถ่ายทอดความคิดอย่างง่ายนะครับเช่นการเขียนภาพ2มิติซึ่งเป็นการถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่างนะครับที่แสดงให้เห็นถึงความกว-่(-้)างความยาวหรือความสูงของชิกล-ุ่(-้น)มงานนะครับถัดมานะครับเป็นภาพ3มิตินะครับซึ่งเป็นภาพที่ประกอบด้วยความกว้างความล(ย)า-ึก(ว)และความสูงมีความเหมือนจริงมากกว่าม(ภ)าพกกว่า2มิตินะครับการเขียนภาพ3มิตินะครับที่นิยมใสาย(ช้)หน-่(ะ)อยครับมี2แบบก็คือแบอย-่(บ)างที่ห(1)นึ่งก็คือภาพออบลิคนะครับเป็นภาพ3มิติทเป(-ี)-่มองเห-็นภาพด้านหน้าเป็นแนวตรงนะครับน(ม)-ี-ิท(ฐ)านของภาพขนานกับเส้นระด-ับนะคร-ับสามารถวัดขนระ(า)ด-ับได้ส่วนด้านยาวนะครับนิยมเขียนให้ทำมุม45องศาครับภาพ3มิติอีกแบบหนึ-่งนะครับก็คือภาพไอโซเมตริกนะครับisometricเป็นภาพ3มิติที่มองเห็นรูปร่างลักษณะใกล้เคียงกับของจริงและมีแนวส-ัาร(น)ของวัตถุอีกด้านหนึ-่งนีแอบ(-่)ตั้งฉากกับเส้นระดับนะครับส่วนความกว้างกับความยาวจะทำมุม30องศากับเส้นระดับครับภาพฉายภาพฉายเป็นภาพที่แสดงรายละเอียดของชิ้นงานที่ออกแบบไว้ในแต่ละด้านนะครับประต(ก)อบด้วยภาพด้านหน้าด้านข้างและด้านบนเป็นอย่างน้อยนะครับโดยภาพแต่วัดทับกร(ล)ะด-้านก็คือภาพที่เราใช้ตามองตามแนวล-้(-ู)กศวสอ(ร)นในแต่ละด้านนะครับแล้วเขียนออกมาเป็นภาพ2มิติในบางกรณีนะครับจำเป็นอาจจะต้องมีภาพด้านหลังหรือภาพด้อ-ั(า)นล่างด้วยก็ได้นะครับโดยภาพถ(ฉ)-่ายแต่ละด้านจะแสดงขนาดและหน่วยในการวัดเพื่อสามารถนำไปสร้างโทรศัพท์(แบบ)จำลองหรือชิ้นงานได้ครับนอกจากการถ่ายทอดความคิดในการแก้ปัญหาเป็นภาพต่างๆแล้วยังสามารถสื่อสารแนวคิดออกมาเป็นรูปแบบอื่นนะคร-ับเช่นผังงานซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิดการทำงานอีกรูปแบบหนึ่งซึ่งแสดงรายละเอียดอาจเป็นขั้นตอนนะครับโดยใช้สัญลักษณ์ในการสื่อความหมายของลำดับการทำงานเช่นขั้นตอนการรักษาพยาบาลนะครับในโรงพยาบาลการสื่อสารแนวคิดในการศ(แ)-ึก-้ปัญหษานะครับยังสามารถใช้แผนภาพนะครับซึ่งเป็นการออกแบบแนวคิดการทำงานออกมาเป็นภาพนะครับฟ(พ)อร-้-์(อ)มแสดงรายละเอียดองค์ประกอบเร(พ)-ื่องแสดงให้เห็นว-่-ิธ(าม)-ีการทำงานหรือวิธีการอย่างไรดังตัวอย่างลักข(ษ)ณะแปร(ล)งระบบบำบัดน้ำนะครับด้วยพืชและหญ้ระย(าน)ะครับการสื่อศึกษ(ส)ารแนวคิดนะครับยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบเป็นภาพ2มิติและภาพ3มิติและภาพฉายซึ่งจะช่วยให้ผู้ออกแบบได้เห็นภาพที่กำลังออกแบบไว้ในมุมต่างๆได้อย่างถูกต้องใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้นสามารถปรับเปลี่ยนส่วนต่างๆของสิ่งที่ออกแบบตามความคิดของเราได้อย่างรวดเร็วนะครับซอฟต์แวร์นะครับทีSoftware(-่)ช่วยในการออกแบบมีหลายชนิดแต่ละชนิดมีคุณสมบัตินะครับและจุดเด่นที่แตกต่างกันจึงควรเลือกใช้นะครับให้เหมาะสมกับการใช้งานครับตัวอยา(-่)กการ(ง)ออกแบบเครื่องช่วยฟังนะครับสำหรับผู้สูงอายุนะครับสามารถออกแบบด้วยการเขียนออกมาเป็นภาพ3มิติและภาพฉายเพื่อให้เห็นรายละเอียดของชิ้นงานมากขึ้นเพื่อสื่อสารแล-้วกะ(-็)อธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างชัดเจนแล้วยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์นะครับช่วยในการออกแบบเพื่อสื่อสารออกมาเป็นภาพ3มิติแล-้วกะ(-็)ภาพฉายได้เช่นเดียวกันครับใบ(น)กิจกรรมที่6.3ตอนที่3ครับให้นักเรียนออกแบบและพัฒนาการแก้ปัญหาตามแนวทางที่ตนเองเลือกนะครับจากกิจกรรมที่6.3ตอนที่2และสื่อสารให้ผู้อื่นนะครับเข้าใจด้วยวิธีการที่เหมาะสมกับแนวทางการแก้ไขปัญหาซึ่งอาจจะเป็นการเขียนภาพร่างอ(ข)อก(ง)ชิ้นงานนะครับหรือแผนผังหรือแผนภาพของวิธีการแก้ไขปัญหานะครับหากเป็นภาพร่างนะห(ค)ร-ับ-ื(ข)องชิ้นงานควรมีการระบุรายละเอียดของวัส-่ว(ดุ)นที่ใช้สร้างนะครับขนาดของชิ้นงานโดบ-่(ย)มีเวลาในการทำกิจกรรมนะครับ20นาทีครับนักเรียนอาจหยุธย(ดภ)าพว-ีด-ิทยาล-ัศน์นี้ไวย(-้)ก่อนเพื่อทำกิจกรรมครับเมื่อดำเนินการแก้ปัญหามาถึงตอนนี้แ(น)หละครับนักเรียนคงได้ออกแบบแล้วก็พัฒนาแนวคิดของนักเรียนที่ชัดเจนรวมทั้งเลือกวิธีการเพื่อถ่ายทอดความคิดให้ผู้อื่นเข้าใจแล้วจย(า)กตัวอย่างนะครับปัญหาผู้สูงอายุสูญเสียการได้ยินที่ได้มีการออกแบบแล้วก็ถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นภาพ3มิติแล-้วกะ(-็)ภาพถ(ฉ)-่ายนะครับก่อนการลงมือสร้างชิ้นงานนะครับควรมีการวางแผนโดยกำหนดลำดับขั้นตอนของกิจกรรมในการสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการตามที่ได้ออกแบบไว้นะครับมีการกำหนดเป้าหมายแล้วก็เวลาในการดำเนินงานหากการแก้ปัญหานั้นนะครับมีการดำเนินก(ง)าร(น)โดยหลายคนนะครับอาจกำหนดผู้รับผิดชอบนะครับในแต่ละขั้นตอนนะครับอย่าให-้(ง)ชัดเจนจากนั้นนะครับจึงลงมือทำการสร้างชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการแก้ปัญหาตามที่ออกแบบไว้ครับเมื่อเราได้วยกำหนดรายละเอียดต่างๆแล้วนะครับจึงนำข้อมูลต่างๆเหล่านี้นะครับมาจัดทำในรูปแบบของตารางเพื่อให้ได้แผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจนขึ้นนะครับเช่นตัวอย่างแผนการปฏิบัติงานการสร้างเครื่องช่วยฟังนะครับซึ่งได้มีการกำหนดกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการนะคร-ับโดยมีการจัดลำดับนะครับกิจกรรมที่ต้องดำเนินการก่อนและหลังนะครับรวมทั้งมีการระบุจำนวนเวลานะครับที่ใช้ในการดำเนินง(ก)าน(ร)ในแต่ละกิจกรรมและช่วงเวลาที่ดำเนินการกิจกรรมนั้นๆนะคร-ับในการแก้ปัญหาซึ่งนักเรียนจะเห็นว่าการจัดทำแผนปฏิบัติงานนะครับจะช่วยให้ผู้แก้ปัญหาและผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับเป(ห)-็นการทำงานที่ชัดเจนทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นลำดับขั้นตอนแล้วก็จึงทร(ส่)งผม(ล)นะครับต่อความสำเร็จนะครับในการแก้ไขปัญหาครับใบ(น)กิจกรรมที่6.4นะครับให้นักเรียนวางแผนการดำเนินงานนะครับในการแก้ไขปัญหาโดยกำหนดกิจกรรมแล-้ะ(ว)ก็ระยะเวลานะครับในการปฏิบัติงานในแต่ละกิจกรรมนะครับตั้งแต่เริ่มต้นจนะครับจบ(น)สิ้นสุดของกระบวนการสร้างชิ้นงานหรือวิธีการแก้ไขปัญหาจากนั้นนะครับให้นำข้อมูลที่กำหนดขึ้นนะครับจัดทำในรูปแบบของตารางนะครับแผนปฏิบัติงานโดบ-่(ย)มีเวลานะครับในการทำกิจกรรห-้(ม)20นาทีนักเรียนนะครับอาจหยุดพักวีด-ี(-ิ)ทัศน์นี้ไว้ก่อนเพื่อทำกิจกรรมครับหลังจากวางแผนการทำงก-ิ(า)นจกรรมเรียบร้อยแล้วนะครับต่อไปก็คือการลงมือแก้ไขปัญหาซึ่งอาจเป็นการสร้างชิ้นงานหรือหา(นำ)วิธีการแก้ปัญหาของเก(ร)านะคร-ับไปปฏิบัตินะครับตาท-ำ(ม)แผนที่กำหนดไว้หากเป็นการสร้างชิ้นงานนะครับควรเลือกใช้วัสดุทรัพยากรให้เหมาะสมกของ(-ับ)ประเภทของงานรวมทั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานก็ต้องใช้อย่างถูกต้องแล-้วกะ(-็)คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานด้วยครับการเรียนรู้ในครั้งนี้นะครับนักเรียนได้เรียนรู้นะครับให(น)-้2ขั้นตอนของการแก้ไขปัญหาตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมซึ่งช่วยให้เราสามารถออกแบบวิธีการแก้ปัญหาและลงมือแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมนะครับซึ่งในขั้นการออกแบบวิธีการแก้ปัญหาอทำซึ่งในะครับหลังจากที่ไดใน(-้)เลือด(ก)แนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาแล้วจึงนำข้อมูลแล-้วกะ(-็)แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหานะครับมาใช้ในการออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาแล-้ว(ะ)ตัดสินใจเลือกแนวทางการแก้ไขปัญหาภายใต้ขอบเขตปัญหาความรู-้แล-้วก็ทรัพยากรที่มีนะครับแล-้(ะ)วถ่ายทอดความคิดในการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปประธรรมเพื่อให้ผู้อื่นนะครับเข้าใจด้วยวิธีการที่เหมาะสมครับขั้นต่อมาคือขั้นวางแผนแล-้วก็ดะ(-ำ)เนินการแก้ปัญหาก่อนที่จะลงมือแก้ปัญหาตามถ(ท)-ี-ือ(-่)ออกแบบไว้นะครับคบ(ว)รม-ิ(-ี)การกำหนดขั้นตอนในการทำงานเป้าหมายนะครับแล้วก็ระยะเวลาในการดำเนินการในแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจนกา(แ)ล้วจึงสร-้างชิ้นงานหรือลงมือแก้ไขปัญหาตามที่ออกแบบไว้ครับในครั้งหน้านะครับเราจะมาเรียนรู้ก-ัาร(น)ต่อนะครับว่าหลังจากที่เราได้ออกแบบและสร้างชิ้นงานหรือวิธีการในการแก้ไขปัญหาแล้วเราจะทราบได้อย่างไรครับวม(-่)าท(ช)-ิ-ำง(-้)านทีมงานหรือวิธีการในการแก้ปัญหแก(า)ของเราสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีเพียงใดหรือได้อย่างเหมาะสมหรือไม-่อย-่างไรกันนะครับสำหรับครั้งนี้สวัสดีครับ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-04-05 15:35:12
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}