Accuracy : 85.53%
Insertion : 549
Deletion : 1545
Substitution : 175
Correction : 13961
Reference tokens : 15681
Hypothesis tokens : 14685
[เสียงดนตรี](ดร.ขวัญชนก)สวัสดีค่ะวันนี้นะคะเราจะมาเรียนกันในหัวข้อวิวัฒนาการและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตสอนโดยครูขวัญชนกศรัทธาสุขนะคะหัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่4.5เป็นหัวข้อสุดท้ายในบทที่4นะคะโดยหัวข้อนี้ประกอบไปด้วยเนื้อหา2ส่วนด้วยกันคือความหลากหลายขอ(ทา)งพันธุกรรมและการคัดเลือกโดยธรรมชาติโดยมีจุดประสงค์ที่ต้องการจะให้นักเรียนสามารถระบุและอธิบายแล้วก็ยกตัวอย-่างนะคะสิ่งต่างๆๆเหล่านี้ได้นะคะต่อไปนี้ได้นะคะข้อแรกนะคะก็คืออยากให้นักเรียนสามารถระบุถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตนะคะสามารถอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีการคัดเลือด(ก)โดยธรรมชาติของชาลส์ดาร์วินนะคะและสุดท้ายอธิบายและยกตัวอย่างความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตนะคะซึ่งเ-ิวัฒน(ป)-็นาการ(ผล)มาจากวิวัฒนาการได้ค่ะพร้อมกันหรือยังคะถ้าพร้อมแล้วเราไปเริ่มเรียนรู้กันเลยค่ะก่อนอื่นเลยนะคะครูก็อยากให้นักเรียนนะคะมาทำความรู้จักกับหอยมรกตก่อนหอยมรกตนะคะเป็นวิธีการณีศึกษาทางวิวัฒนาการกรณีหนึ่งที่น่าสนใจโดยที่ผู้ที่ทำการศึกษาหอยมรกตนะคะก็คือศาสตราจารย.(-์)ดร.สมศักดิ์ปัญหาและคณะค่ะโดยเป็นคณะวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหอยมรกตนี-้(-่)นะคะเราพบได้ที่ประเทศไทยนะคะทราบกันไหมคะว่าเราสามารถพบหอยมรกตได้ที่ไหนค-่ะค่ะหอยมรกตนะคะเราสามารถพบได้ที่เกาะตาชัยในจังหวัดพังงานะคะโดยสาเหตุที-่ทางทีมวิจัยให้ความสนใจหอยมรกตก็เพราะว่าหอยมรกตที่พบที่เกาะตาชัยมีเปลือพบ(ก)ที่เวียนซ้ายเท่านั้นค่ะมาถึงตรงนี้สงสัยกันไหมคะว่าหอยมีทั้งเปลือกเวียนซ้ายและเปลือกเวียนขวาเราจะสังเกตได้อย่างไรนะคะวิธีการสังเกตนะคะว่(ก็)าให้เรานำปลายยอดแหลมของหอยหัก(น)ขึ้นเ(ท)ข้าไ(ง)ปด้านบนนะคะและหันส่วนของปากเปลือกเอย(ข)-ู่ทางด-้าน(ห)ซ้าตัวเอยน(ง)ะค-่ะถแต่(-้า)ปากเปลือกอยู่ทางด้านซ้ายก็จะเป็นหอยเปลือกเวียนซ้ายนะคะแต่ถ้าปากเปลือกอยู่ทางด้านขวาก็จะเป็นหอยเปลือกเวียนขวาค่ะไปลองสังเกตกันดูนะคะค่ะหอยมรกตนะคะก็เป็นหอยในสกุลเดียวกับหอยทากต้นไม้นะคะซึ่งหา(อ)ยในตรส(ะ)ก-ุ(-ู)ลนี้นะคะมีคว-่อนข้าง(ม)หลากหลายค่อนข้างสูงทั้น(ง)สีสันของเปลือกลวดลายรวมทั้งเปลือกที่มีทั้งเวียนซ้ายและ(-้)วเปลือกท(-็)-ี่เวียนขวานะคะนั่นทำให้ทางทีมวิจัยนะคะตั้งข้อสงสัยว่าและเพราะเหตุใดหอยมรกตที่เป-่(ก)าะตไ(า)ช-ัยจึงพบเฉพาะที่มีเปลือกเวียนซ้ายเท่านั้นเดี๋ยวเราจะได้ใช้ความรู้ที่เราจะเรียนมาทำความเข้าใจกับคำถามนี้กันค่ะค่ะเรามาเริ่มทำความเข้าใจกับคำว่า"ความหลากหลายทางพันธุกรรม"กันก่อนนะคะก่อนอื่นนะคะครูอยากให้นักเรียนลองนึกถึงลักษณะต่างๆของประชากรมนุษย์ดูนะคะคำว่า"ประชากร"ก็คือกลุ่มของสิ่งมีชีวิตสปีชีส์เดียวกันที่อาศัยอยู่ในบริเวณแหล่งที่อยู่เดียวกันในระยะเวลาใดเวลาหนึ่งทีนี้ลองดูจากในรูปนะคะประชากรมนุษย์ในรูปนี้นะคะมีลักษณะใดบ้างคะที่มีความแตกต่างกันค่ะเชื่อว่านักเรียนก็คงจะเห็นว่ามีลักษณะที่แตกต่างกันก็มีตั้งแต่ลักษณะของรูปร่างความสูงลักษณะของเส้นผมสีผมแล้วก็สีตาแล้วก็มี…อาจจะมีลักษณะอื่นๆอีกมากมายใช่ไหมคะต่อไปเรามาดูสัตว์ต-ัวอย่างของสัตว์กันบ้างนะคะสัตว์ในรูปก็คือสุนัขที่เป็นสปีชีส์เดียวกันทั้งหมดนะคะแต่ว่าต่างสายพันธุ์มีลักษณะใดบ้างคะที่มีความแตกต่างกันของสุล(น)-ัก(ข)เหษณะ(ล)-่ด-ั(า)งนี้ค่ะก็คงจะเห็นว่ามีทั้งลักษณะของรูปร่างลักษณะเส้นขนสีขนความสูงลวดลายแล้วก็อื่นๆๆอีกใช่ไหมคะอีกสักตัวอย่างนะคะสำหรับตัวอย่างของพืชนะคะพืชในรูปก็คือกะหล่ำสายพันธุ์ต่างๆซึ่งเป็นสปีชีส์เดียวกันลักษณะใดบ้างคะของกระหล่ำเหล่านี้ที่มีความแตกต่างกันค่ะเชื่อว่าก็คงจะตอบว่าลักษณะของใบลักษณะของดอกสีดอกหรือลักษณะของลำต้นหรือสีลำต้นแล-้ะล(ว)-ัก-็อาจษณ(จ)ะมีอื่นๆอีกนะคะค่ะจะเห็นว่าในแต่ละสปีชีส์ก็จะมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสปีชีส์นั้นๆนะคะโดยในประชากรสิ่งมีช-ีวนของ(-ิต)สปีชีส์ในชนิดเดียวกันก็ยัจะ(ง)มีลักษณะปรากฏที่มีควายัง(ม)แตกต่างกันด้วยใช่ไหมคะซึ่งความแตกต่างระหว่างสมาชิกภายในประชากรนี้นะคะก็เป็นผลมาจากความแตกต่างทางพันธุกรรมหรือความหลากหลายทางพันธุกรรมนั่นเองค่ะแล-้ะ(ว)ความหลากหลายทางพันธุกรรมในประชากรสิ่งมีชีวิตนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรนักเรียนพอจะทราบไหมคะครูจะให้นักเรียนลองนึกถึงคำตอบประมาณ10วินาทีนะคะ[เสียงดนตรี](ดร.ขวัญชนก)ค่ะพอจะทราบคำตอบกันหรือยังคะถ้าใครยังนึกไม่ออกเดี๋ยวไม่เป็นไรค่ะเราไมา(ป)เริ่มเรียน-ึกพร-ู-้อมๆพร้อมๆกันเลยนะคะค่ะภาพนี้นะคะเชื่อว่านักเรียนเห็นปุ๊บก็น่าจะสามารถตอบได้ว่าคือรูปของเสือโคร่งเบงกอลนะคะตามที่นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะซ(ว)-ึ-่ายีนนะคะกำหนง(ด)ลักษณะของโปรตีนที่สร้างขึ้นได้ซึ่งโปรตีนก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมโดยจะขึ้นอยู่กับชนิดแล-้วกะ(-็)หน้าที่ของโปรตีนนั้นๆนะคะตัวอย่างเช่นการสร้างเมลานินของสีขนของเสือโคร่งดังรูปนี้นะคะแต่ในธรรมชาตินะคะเราก็ยังพบเสือโคร่งขาวเบงกอลซึ่งมีส(ฝ)-ีขนแตกต่างไปจากเสือโคร่งเบงกอลทั่วๆไปนะคะนักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใดคะเสือโคร่งขาวเบงกอลจึงม-ีส-ีขนที่ต่างจากเสือโคร่งทั่วไปค่ะนักเรียนเคยเรียนกันมาก่อนหน้านี้แล้วนะคะว่ามิวเทชันส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของยีนนะคะซึ่งอาจทำให้โปรตีนและลักษณะทางพันธุกรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปนะคะดังนั้นการที่เสือโคร่งขาวมีลักษณะของสีขนที่เป็นเช่นนี้นะคะก-็เป-็นเพราะมิวเทชันนั้นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของปริมาณของเมลานินที่สร้างขึ้นนะคะทำให้เสือโคร่งขาวเบงกอลมีลักษณะของสีขนที่แตกต่างจากเสือโคร่งเบงกอลทั่วๆไปนั่นเองค่ะหรือเราอาจจะกล่าวได้ว่ามิวเทชันนะคะทำให้เกิดแอลลีลใหม่และส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมใหท-ี(ม)-่เ(ข)-ึปล(-้)น-ี-่(ใ)ยนแปลงไปของประชากรได้นะคะแต่อย่างไรก็ตามนะคะลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปนี้นะคะจะสามารถถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อๆไปได้ก็ต่อเมื่อเป็นมิวเทชันขเป็(อง)นสารพันธุกรรมในเซลล์สืบพันไ(ธ)-ุด-้(-์)นะคะนอกจากมิวเทชันแล้วนะคะยังมีปัจจัยอื่นอีกที่ส่งผลต่อความหลากหลายทางพันธุกรรมหากนักเรียนมีพี่หรือน้องลองนึกดูนะคะว่าตัวนักเรียนเองและพี่หรือน้องนั้นมีลักษณะที่คล้ายแล้วก็ลักษณห(ะ)ทร-ือ(-ี่)แตกต่างกันใช่ไหมล่ะค-่ะหรือนักเรียนลองพิจารณารูปของลูกสุนัขในรูปนี้ดูนะคะกรณีที่ลูกสุนัขเกิดมาจากพ่อและแม่เดียวกันลูกสุนัขเหล่านั้นนะคะจะมีทั้งลักษณะที่คล้ายแล-้วกะ(-็)แตกต่างกันนะคะสิ่งมีชีวิตที่มีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศจะมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์โดยที่แต่ละเซลล์สืบพันธุ์นะคะอาจจะมีแอลลีลที่แตกต่างกันเมื่อเกิดการปฏิสนธิระหวจ(-่)าก(ง)สเปิร์มและเซลล์ไข่ซึ่งจะเกิดขึ้นแบบสุ่มนะคะทำให้ลูกที่ได้แต่ละตัวมีลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างกันดังนั้นการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศยั(จึ)งเป็นอีกปัจจัยนะคะที่ส่งผลให้เกิดผลความหลากหลายทางพันธุกรรมในแต่ละสปีชีส์ค่ะนอกจากนี้ในกรณีของท(ส)-ีข-่จ(น)ากสุนัขซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกควบคุมด้วยยีนหลายยีนจึงยิ่งมีความหลากหลายมากเมื่จา(อเ)ก-ิดการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศขึ้นค่ะมาถึงตรงนี้นะคะนักเรียนคงจะทราบกันแล้วนะคะว่ามิวเทชันในเซลล์สืบพันธุ์และการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศเป็และ(น)ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะแต่ถึงแม้ว่ามิวเทชันและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศจะทำให้สิ่งมีชีวิตมีความหลากหลายทางพันธุกรรมแต่เมื่อเวลาผ่านไปบางลักษณะอาจหายไปหรือเปลี่ยนไปในรุ่นต่อไปนะคะตัวอย่างเช่นการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของม้าในแต่ละช่วงเวลานะคะจะเห็นว่าม้าในปัจจุบันจะมีลักษณะบางประการที่ยังคงคล้ายกับม้าในอดีตแล้(ต่)วก็มีหลายลักษณะที่มีความแตกต่างกันไปนะคะอย่างเช่นขนาดของลำตัวลักษณะของนิ้วเท้าหรือว่าลักษณะของฟันนะคะอีกตัวอย่างหนึ่งนะคะก็คือกรณีของหอยมรกตซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่ามีบรรพบุรุษร่วมกัจ(น)าก-ับหอยนกขมิ้นซึ่งบรรพบุรุษร่วมของหอยนกขมิ้นกและ(-ับ)หอยมรกตนี้น่าจะมีทั้งเปลือกเวียนซ้ายและเปลือกเวียนขวาโดยปัจจุบันนะคะเราพบหอยนกขมิ้นที่มีทั้งเปลือกเวียนทซ-้(ร)ายและเปลือกเวียนขวาแต่หอยมรกตที่พบที่เกาะตาชัยมีเฉพาะเปลือกที่เวียนซ้ายเท่านั้นค่ะนั่นทำให้เกิดข้อสงสัยค่ะว่าเพราะเหตุใดลักษณะทางพันธุกรรมบางลักษณะนะคะยังคงพบในประชากรในขณะที่บางลักษณะกลับหายไปนะคะเดี๋ยวเราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะเพื่อตอบคำถามคำน(ถ)า-ี-้(ม)นี้กันค่ะการคัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะเป็นทฤษฎีที่เสนอขึ้นโดยชาวชาลส์ดาร์วินนะคะซึ่งเชื่อว่านักเรียนหลายคนน่าจะค-ุ้นเคยกับชื่อของนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้มาบ้างแล้วนะคะเดี๋ยวครูจะมีแอนิเมชันเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาต-ิ-ิโดยธรรมชาติซึ่งครูจะเอาเพียงบางส่วนของแอนิเมชันนี้มาให้นักเรียนลองศึกษานะคะหากอยากศึกษาแอนิเมชันตัวเต็มๆนะคะนักเรียนสามารถศึกษาได้จากShortURLข(ด)-้าง(น)ล่างนะค-่ะเอาล่ะค่ะเราไปดูกันเลยค่ะ(บรรยาย)ค้นพบของชาลส์ดาร์วินและทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติเมื่อดาร์วินอายุ23(2)ปีได้เดินทางไปกับเรือBeagleเ(ต)าพ-ื(ม)-่อสำรวจคำเชิญจากกองทัพเรืออังกฤษเพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลทางธรรมชาติรอบโลกเรือBeagleออกเดินทางจากประเทศอังกฤษโดยมีแผนสำรวจไปตามเส้นทางไปรอบทวีปอเมริกาใต้ผท(-่)าง(น)มหาสมุทรแปซิฟิกทวีปปออสเตรเลียผ่านมหาสมุทรอินเดียและตอนใต้ของทวีปแอฟริกาแล-้ะ(ว)กลับสู่ประเทศอังกฤษรวมเป็นระยะเวลาประมาณ5ปีในระหว่างเดินทางดารร-์วินได้สำรวจท-ั(า)-้งธรณีวิทยาบรายละเอียดบ-ันทึกรายละเอียดและเก็บรวบรวมซากดึกดำบรรพ์รวมทั้งตัวอย่างสิ่งมีชีวิตต่างๆที่เขาพบซึ่งนำไปสู่แนวคิดสำคัญเกี่ยวกับทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติในเวลาต่อมาในระหว่างเดินทางสำรวจนั้นนั้นหมู่เกาะกาลาปากอสเป็นสถานที่ซึ่งดาร์วGalapagos(-ิน)พบข้อมูลสำคัญที่สนับสนุนแนวคิดเกี่ยวกับการคัดเลือกโดยธรรมชาติหมู่เกาะกาลาปาะGalap(ก)อสอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟagosเป-็น(-ิก)หมู-่างเก(จ)าะ(ก)ทวีปอเมริกาใต้ประมาณ9659กิโลเมตรเป็นหมู่เกาะที่เกิดจากภูเขาไฟที่หมู่เกาะแห่งนี้ดาร์วินได้สังเกตและเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับลักษณะของพืชและสัตว์หลายชนิดที่เก็บรวบรวมและบันทึกไว-้นี่เป็นตัวอย่างของพืชที่ดาร์วินพบนี่เป็นตัวอย่างของสัตว์ที่ดาร์วินพบเช่นนกนกฟินซ์เต-่ายักษ์-่าGalapagosนี่เป็นตัวอย่างของสัตว์ท-ิ-ี่ดาร์วินพบอีกัวนาทะเลนกบูบีเท้าสีฟ้าตัวอย่างสำคัญที่เห็นเด่นชัดที่ดาร์วินศึกษ-็(า)คือการศึกษาชนิดของนกฟินช(ซ)-์ที่อยู่ตามเกาะต่างๆดาร์วินพบว่านกเหล่านี้มีลักษณะจะงอยปากแตกต่างกันกล่าวคือมีรูปร่างความหนาความยาวแตกต่างกันไปตามลักษณะของอาหารที่นกแต่ละชนิดกินเช่นเมล็ดพืชกระบองเพชรยอดอ่อนพืชแมลงน้ำหวานจากดอกไม้และผลไม้ต่างๆนกฟินช(ซ)-์บางชนิดกินแมลงเป็นหลักบางชนิดกินเมล็ดพืชเป็นหลักบางชนิดกินพืชจำพวกกระบองเพชรเป็นหลักและบางชนิดกินยอดอ่อนพืชเป็นหลักความแตกต่างของจะงอยปากของนกฟินช(ซ)-์เหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงจนได้ลักษณะจะงอยปากอย่างที่เหมาะสมกับอาหารชนิดต่าห็น(ง)ๆโดยประชากรนกฟินช(ซ)-์กลุ่มแรกที่เข้ามานี้เริ่มมีการขยายเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอาหารที่กินอยู่เป็นประจำเมื่ออาหารของนกฟินช(ซ)-์กลุ่มนี้เริ่มขาดแคลนประชากรนกฟินช(ซ)-์กลุ่มนี้จึงค่อยๆลดจำนวนลงในที่สุดมีข้อสันนิษฐานว่าบรรพบุรุษของประชากรนกฟินช(ซ)-์ที่มายังเกาะอาจมีบางตัวที่มีลักษณะจะงอยปากที่แตกต่างไปจากตัวอื่นเล็กน้อยประชากรนกฟินช(ซ)-์บางตัวที่มีลักษณะจะงอยปากแตกต่างออกไปซึ่งเคยเป็นประชากรส่วนน้อยสามารถกินอาหารอย่างอื่นแทนได้เช่นกระบองเพชรทำให้ประชากรที่มีลักษณะนี้อยู่รอดและขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นแทนที่ส่งผลให้ลักษณะประชากรนกฟินช(ซ)-์เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปกระบวนการนี้เป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติซึ่งจะเกิดอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดนกฟินซ์ชนิดต่างๆที่มีจะงอยปากลักษณะเหมาะสมกับการกินอาหารต่างชนิดกันในเวลาต่อมา(ดร.ขวัญชนก)ค่ะพอจะทราบกันแล้วใช่ไหมล-่ะคะว่าทำไมนกฟินซ์บนหมของ(-ู่)เกาะกาลาปากอสแต่ละเกาะจึงมีลักษณะของจะงอยปากที่แตกต่างะจะม-ี(ก)-ันความแตกต่างของจะงอยปากซท-ี(-ึ)-่งเหมาะสมกับแต(ลั)กษต-่า(ณะ)งของอาหารต่างๆที่นกฟินช(ซ)-์แต่ละชนิดกินนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรครูคิดว่านักเรียนนพอ(-่า)จะพออธิบายกันได้แล้วนะคะค่ะเรามาสรุปเกี่ยวกับทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติกันนะคะสิ่งมีชีวิตสามารถสืบพันธุ์และให้กำเก(น)-ิดลูกหลานจำนวนมากนะคะทำให้ประชากรของสิ่งมีชีวิตมีมากเกินกว่าสิ่งจำเป็นต่างๆต่อการดำรงชีวิตที่มีอยต(-่)าม(ง)จำกัดในธรรมชาตินะคะดังนั้นสิ่งมีชีวิตจึงมีการต่อสู-่(-้)ดิ้นรนเพื่อที่จะอยู่รอดและเพื่อให้ได้สิ่งอด(จ)-ำเป็นต่อการดำรงชีวิตที่ไม-่(-ี)จำกัดดังกล่าวนะคะดังนั้นจึงมีสมาชิกเพียงส่วนหนึ่งที่อยู่รอดในแต่ละรุ่นการอยู่รอดของสมาชิกในสิ่งแวดล้อมนะคะไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกลุ่มแต่เป็นผลมาจากลักษณะทางพันธลที่เ(-ุ)กร-ิด(รม)ที่แตกต่างกันของสิ่งมีชีวิตสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมจะให้กำเนิดลูกหลานได้มากกว่าสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการที่สมาชิกแต่ละตัวในประชากรนะคะม-ั(-ี)ศักยภาพในการอยู่รอดและให้กำเนิดลูกหลาย(น)ไม่เท่ากันจึงทำให้ประชากรมีการเปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กทีละน้อยและมีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมเพิ่มขึ้นในแต่ละรุ่นนะคะเราลองกลับมาพิจารณาซากดึกดำบรรพ์ของม้าในแต่ละช่วงเวลากันอีกครั้งนะคะม้าในอดีตนะคะจะมีขนาดตัวเล็กเมื่อเป(ท)ร-ียบกับม้าในปัจจุบันลักษณะของนิ้วเท้าของม้าในอดีตก็จะมีหลายนิ้วนนะคะซึ่งเหมาะสำหก็จะ(ร)-ับเดินบนพื้นดินที่มีความอ่อนนุ่มในป่าในขณะที่ลักษณะนิ้วของม้าในปัจจุบันนะคะจะมีเพียงนิ้วเดียวซึ่งเป็นกลีบขนาดใหญ่ทำให้สามารถเหมาะกับการวิ่งได้อย่างรวดเร็วได้ในทุ่งหญ้านะคะลักษณะฟันของม้าในอดีตก็จะเหมาะกับการกินใบไม้ตามพุ่มไม้นะคะในขณะที่ลักษณะฟันของม้าในปัจจุบันนี่เหมาะสำหรับการกินหญ้าที่มีความเหนียวมากกว่าใบไม้นะคะจะเห็นว่าลักษณะของม้าในอดีตกและ(-ับ)ปัจจุบันนะคะที่แตกต่างกันนี้มีผลต่อการอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันนะคะค่ะสำหรับกรณีของหอยมรกตที่กล่าวถึงไปเมื่อตอนต้นคลิปนะคะมาถึงตรงนี้นักเรียนพอจะตั้งข้อสันนิษฐานได้หรือยังคะว่าเพราะเหตุใจ(ด)หอยมรกตที่พบทใน(-ี่)เกาะตาชัยถ(จ)-ึงพบเฉพมี(าะ)เปลือกเวียนซ้ายเท่านั้นคะคร(จะ)-ูมีข้อมูลเพิ่มเติมให้นักเรียนลองคิดกันดูนะคะเอาล่ะค่ะจากข้อมูลต่างๆเหล่านี-้นะคะแล-้วก็ความรู้ที่นักเรียนได้เรียนรู้มานะคะคิดว่านักเรียนนพอ(-่า)จะพอะตั้งข้อสันนิษฐานเกีตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับหอยมรกตกันได้แล้วนะคะจากหลักฐานที่ว่านะคะเกาะตาชัยเคยอยู่รวมกับแผ่นดินใหญ่มาก่อนน-่ะค่ะซึ่งเป็นที่อยู่ของร่วม(ห)อก-ั(ย)บนกขมิ้นที่มีทั้งเปลือกเวียนซ้ายแล้วก็เปลือกเวียนขวานะคะจนกระทั่งเกิดการแยกตัวนะคะออกจากแผ่นดินใหญ่กลายเป็นเกาะที่หอย(มี)ขนาดเล็กลงทำให้มีอาหารน้อยลงรวมทั้งมีผู้ล่าโดยเฉพาะงูกินหอยทากนะคะที่มีโครงสร้างของปากที่เหมาะกับการกินหอยทากที่มีเปลือกเวียนขวามากกว่านะคะดังนั้นจึงทำให้หอยนกขมิ้นที่มีเปลือกเวียนซ้ายเวียนซ้ายและมีขนาดตัวเล็กนะคะมีโอกาสที่จะอยู่รอดและสืบพันธุ์ใหน(-้)กำเนิดลูกหลานได้มากกว่าจนกระทั-้(-่)งเมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วรุ่นนะคะซ(จ)-ึ-่งทำให้เกิดเป็นหอจะ(ย)มแต(ร)กตซึ-่างเป็จากพันหอยธุกรรมสปีชีส์ใหม่ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมแตกต่างไปจากหอยนกขมิ้นนะคะนะคะแต่อย่างไรก็ตามนะคะการศึกษาวิวัฒนาการของหอยมรกตนะคะยังคงจะต้องศึกษาและวิจัยต่อไปอีกค่ะค่ะหลังจากที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับควา-ัดเ(มห)ล-ื(า)อกหท(ล)ายงพันูทางพันธุรกรรมและการคัด-้(เ)ลือกโดยธรรมชาติมาแล้วนะคะครูก็มีคำถามมาถามนักเรียนนะคะเพื่อตรวอบ(จ)สอบความเข้าใจครูมีเวลาให้10วินาทีนะคะ[เสียงดนตรี](ดร.ขวัญชนก)ค่ะครบ10วินาทีแล้วนะคะมาดูเฉลยพร้อมกันนะคะสำหรับคำถามแรกนะคะเพราะเหตุใดมิวเทชันแหรื(ละ)อการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของสิ่งมีชีวิตจความสำคัญต่อสจ-ึงมีความสำคัญแต่อการคัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะคำตอบก็คือมิวเทชันและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศทำให้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมในประชากรสิ่งม-ีชีวิตซึ่งธรรมชาตินะคะจะเป็นตัวคัดเลือกลักษณะทางพันธุกรรมที่เหมส(า)ะสมไว้ในประชากรนะคะคำถามต่อมานะคะก็คือจากคำกล่าวที่ว่าแมลงที่ได้รับสารฆ่าแมลงทำให้เกิดคส(ว)าร(ม)ต้านทานต่อสารฆ่าแมลงมากยิ่งขึ้นนักเรียนเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้หรือไม่นะคะสำหรับครูนะคะครูไม่เห็นด้วยเนื่องจากสารฆ่าแมลงไม่ได้ทำให้แมลงมีความต้านทานต่อสารฆ่าแมลงเกิดขึ้นแต-่ว-่าอาจมีแมลงบางตัวที่สามารถต้านทานต่อสารฆ่าแมลงจะถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติให้มีโอกาสอยู่รอดและให้ถ่ายทอโดลักษยคำ(ณะ)ดังกล่าวไปยังรุ่นต่อๆไปทำให้ประชากรรุ่นต่อไปที่สามารถต้านทานต่อสารฆ่าแมลงนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นค่ะต่อไปนะคะครูจะให้นักเรียนสรุปเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที-่ผ-่านการคัดเลือกโดยธรรมชาตินะคะโดยครูมีหมายเลข1-7ให้ในกล่องสีส้มนะคะโดยจะให้นักเรียนพิจารณาข้อความในกล่องสีฟ้านะคะและนำข้อความมาใส่ให้ถูกต้องตามลำดับนะคะครูให้เวลา10วินาทีนะคะ[เสียงดนตรี](ดร.ขวัญชนก)ค่ะครบ10วินาทีแล้วนะคะทำกันเสร็จแล้วหรือยังคะถห(-้)ากใครต้องการเวลาเพิ่มก็กดPauaseได้นะคะเรามาดูเฉลยกันก่อนนะคะสำหรับเฉลยนะคะก็คือE.D.C.G.A.F.และB.ค่ะแผนภาพ(ค)สรุปวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการคัดเลือด(ก)โดยธรรมชาตินะคะก็จะเก(ร)-ิ-่ด(ม)จากสิ่งมีชีวิคตนะคะจะเกิดมิวเทชันและเกิดการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศนะคะทำให้ประชากรมีความหลากหลายทางพันธุกรรมส่งผลให้มีความหลากหลายของลักษณะต่างๆเมื่อเกิดการคัดเลือกโดยธรรมชาติสมาชิกของประชากรที่มีลักษณะที่เหมาะสมมากกว่าก็จะอยู่รอดมีโอกาสสืบพันธุ์ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและให้กำเนิดลูกหลานได้มากกว่ากระบวนการนี้นะคะจะดำเนินเป็นระยะเวลายาวนานหลายชั่วรุ่นนะคะจะ(น)ในที่สุดนะคะทำให้ได้ประชากรที่มีลักษณะทางพันธุรกรรมที่แตกต่างไปจากรุ่นเดิมนะคะซึ่งมีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในขณะนั้นค่ะนอกจากความรู้ที่ได้เรียนมาแล้วนะคะในการศึกษาวิวัฒนาการนะคะเรายังจะต้องอาศัยหลักฐานแล้วก็ความรู้ในด้านต่างๆอีกนะคะอย่างเช่นการศึกษาซากดึกดำบรรพ์การศึกษากายวิภาคเปรียบเทียบเอ็มบริโอเปรียบเทียบหรือการศึกษาทางด้านชีววิทยาโมเลกุลนะคะตัวอย่างของการศึกษากโด(า)ยวิก(ภ)าร(ค)เปรียบเทียบก็เช่นการศึกษาโครงสร้างของกระดูกรยางค์คู่หน้าของจระเข้นกค้างคาววาฬแล้วก็มนุษย์นะคะจะเห็นว่าลักษณะของส-ัต-ิ-่ง(ว์)ต่างๆเหล่านี้นะคะมีความแตกต่างกันรยางค์คู่หน้าของสัตว์เหล่านี้ก็มีความแตกต่างกันและทำหน้าที่แตกต-่างกันแต่เมื่อเราเปรียบเทียบโครงสร้างของกระดูกจะพบว่ามีโครงสร้างที่สามเป(า)รถเท-ียบเคียงกันได้นะคะซึ่งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสัตว์ในกลุ่มนี้มีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษร่วมกันนะคะตัวอย่างการศึกษาเอ็มบริโอเปรียบเทียบนะคะก็อย่างเช่นการศึกษาการพัฒนาการของเอ็มบริโอของปลาเต่านกวัวแล้วก็มนุษย์นะคะสัตว์ในกลุ่มนี้นะคะแม้จะมีการโต-ัวเต็มวัยที่มีความแตกต่างกันแต่เมื่อเราศึกษาการเจริญเติบโตของเอ็มบริโอในระยะแรกๆเราจะพบว่ามีลักษณะของโครงสร้างบางอย่างที่มีล(ค)ว-ักษ(าม)ณะคล้ายกันนะคะนั่นเป็นหลักฐานที่ทำให้สนับสนุนข้อสันนิษฐานที่ว่าสัตว์ในกลุ่มนี้นะคะมีวิวัฒนาการมาจากบรรพบุรุษร่วมกันการศึกษาวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทำให้นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อในกลุ่มสมมติฐานที่ว่าสิ่งมีชีวิตต่างสปีชีส์ล้วนม-ีวิวัฒนาจากบรรพบุรุษร่วมกันการมาจการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดอยู่ตลอดเวลาส่งผลต่อาจากบรรพบุรุษร่วมกันการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมที่เกิดอยู่ตลอดเวลาส่งผลต่อความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตในแต่ละช่วงเวลาสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะที่เหมาะสมก็จะอยู่รอดทำให้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมที่มาจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติกระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานหล-ั(า)กชั่วรุ่นจนในที่สุดทำให้สิ่งมีชีวิตมีลักษณะท-ี-ำใ(-่)ห้แตกต่างไปจากรุ่นบรรพบุรุษและนำไปสู่การเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่จนนำไปสู่การเกิดเป็นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆดังที่พบในปัจจุบันบัน[เสียงดนตรี](ดร.ขวัญชนก)ค่ะเรามาสรุปเนื้อหากันนะคะมิวเทชันและการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมในประชากรสิ่งมีชีวิตในประชากรที่มีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมถึงจะอยู่รอดและสามารถถ่ายทอดลักษณะดังกล่าวไปยังรุ่นต่อๆไปได้กระบวนการนี้เป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติการคัดเลือกโดยธรรมชาติเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานหลายช-ั-่วงรุ่นจนน-ำไปสู่ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันค่ะและนี่คือทั้งหมดที่เราได้เรียนรู้กันในคลิปนี้นะคะสวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-05-21 14:07:02
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}