Accuracy : 62.81%
Insertion : 453
Deletion : 3063
Substitution : 323
Correction : 6937
Reference tokens : 10323
Hypothesis tokens : 7713

[เสียงดนตรี](ดร.ปุณิกา)สวัสดีค่ะนักเรียนครูชื่อปุณิกาพระพุทธคุณนะคะวันนี้ที่ครูจะมาสอนจะเป็นบทที่3ในเรื่องของอาหารซึ่งในบทนี้นะคะจะแบ่งออกเป็น5หัวข้อย่อยแต่สำหรับคลิปนี้ที่ครูจะสอนก็จะเป็นหัวข้อย่แรกค่ะใ(-็)-ือไร(ข)มันแล-้วกะ(-็)น้ำมันแต่ก่อนที่จะไปถึงเรื่องไขมันละน้ำมัก(น)นะคะครูอยากให้นักเรียนเอาความรู้ในบทที่1และบทที่2มาทบทวนกัทำธุระ(น)ก่อนนะคะโดยครูมีสูตรโครงสร้างของกลูโคสให้นักเรียนพิจารณาจกนั้นกและ(-็)ตอบคำถามคำถามไม่ยากนะคะนักเรียนคำถามก็คือจะใช้ความรู้า(น)บทแรกๆของเรานั่นแหละมาตอบมดูที่ข้อแรกเลยข้อ1ก-ูโคสเป็นสารประกอบไอออนิกหรือสารโคเวเลนต์น้(คร)าก-ูจะหยุดแป๊บนึ-่งนะให้นัก-็(-ี)ๆ(น)คิดมันง่ายใช่ไหมเดี๋ยวครูเฉลยเ(แ)-้ย(ว)นะคะกลูโคสเป็นสารโคเวเลนต์เพราะอะไรคะครูขอ(ก็)ดูที่สูตรโครงสร้างของกลูโคสค่ะจะเห็นว่ากลูโคพรา(ส)นีะ(-่)ประกอบด้ยธาตุคาร์บอนไฮโดรเจนและออกซิเจนนะคะซึ่งธาตุเหล่านี้นี่เป็นธาตุอโลหะทั้งหมดค่ะดังนั้นกลูโคสจึงเป็นสารโคเวเลนต์ไปท-่าไ(-ี)-่อ(ข)-้อ2นัเรี-ันเลยค่ะนักเรียนถ(ธ)-้ตุคาร์บอนสร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุใดบ้างจากสูตรโครงสร้างเห็นไหมคะเฉลยเ(แ)-้ย(ว)นะคะธาตุคาร์บอนสามารถสร้างพันธะกับธาตุคาร์บอนด้วยกันเองหรือธาตุคาร์บอนก็สามารถสร้างพันธะกับธาตุไฮโดรเจนก็ได้หรือธาตุคาร์บอนยังสามารถสร้างพันธะกับธาตุออกซิเจนก็ได้ด้วยค่ะข้อต่อมาข้อ3แล้วนะคะพันธะโคเวเลนต์ระหว่างธาตุคาร์บอนกับไฮโดรเจนเป็นพันธะชนิดใดคะเป็นพันธะเดี่ยวง่ายใช่ไหมคะข้อสุดท้ายเพราะเหตุใดกลูโคสจึงละลายน้ำได้เพราะอะไร-้อใครตอบได้ไหมคะครูจะ-ุณ(ไ)ช้(ด์)ให้นิดนึ-่งนะคะดูที่…ที่เคาน(อร)-์เต(ซ)อร์ของครูนะรู้หรือะนะ(ยัง)คะครูเฉลยแล้วนะคะก็เพราะว่าโมเลกุลกลูโคสนี-้(-่)สามารถสร้างพันธะไฮโดรเจนกับน้ำได้นั-้(-่)นเองครูจะขอใช้โครงสร้างของกลูโคสนะคะอธิบายต่อเอง(ลย)เมื่อกี้เราเห็นแล้วนะคะว่าก-ูโคต(ส)นี่ประกอบด้วยธาตุหลายชนิดถ้าตรงท-ิศทางท-ี่เป็นธาตุคาร์บอนนี-่จะเห็นว-่เขาจะ(ก็)ไม่ได้อยู่คนเด-ี่ยวๆนะเขาจะสร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุอ-ียวนะ(-ื)-่นด้วยซึ่งเขาอาจจะสร้างพันธะกับธาตุไฮโดรเจนหรือว่าธาตุคาร์บอนด้วยกันเองโดยเราเรียกสารประกอบที่มด้วย(-ี)ธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบโดยที่ธาต-ีส(-ุค)าร-์บอนส่วนใหญ่สร้างพันธะโคเวประ(เ)ลนต์อ(-ั)บธาตุไฮโดรเจนหรือกับธาตุคาร์บอนด้วยกันเองว่าธาตุสารประกอบอินทรีย์ค่ะนอกจากนี้ในสารประกอบอินทรีย์บางชนิดนะคะเรายังอาจ…เรายัง-่(อ)น(เ)-ิ(-็)นธาตุคาร์บอนบางช-ิด(-ี่)สร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุอื่นด้วยเช่นธาตุออกซิเจนอ(ด)-ู-่ที่กรดแอซ-ิ(-ี)ติกค่ะนักเรียนจะเห็นว่าพันธะของคาร์บอนนี่สร้างพันธะกับออกซิเจนได้ด้วยหรือว่าเราจะสามารถสร้างพัะท(นธ)ะกับธาตุไฮ(น)ด(ต)รเจนT(น)ะคะตouchกงที่ค-ูวงไว้กับส่วนของธาตุกำะถา(-ั)นก็สามารถสร้า-ำ(ง)ได้เช่นกันหรือแม้แต่ถ(ธ)-้ตุคลอรีนค่ะในไวนิกรณ(ล)-ีอ(ล)ลน(รด)-์จะสามารถเห็นว่ามีพันธะรหว่างคาร์บอนกับคลอรีนด้วยซึ่งสารประกอบอินทรีย์นี่ส(อ)ม(จ)ารถได้มาจากสิ่งมีชีวิตหรือว่าจ-ู(า)มนุษย์สร้างขึ้นและสารประกอบที่ไม่ใช่สารประกอบอินทรีย์เราจะเรียกส(ข)รประกอบคำว่า"สารประกอบอนินทรีย์"ค่ะซึ่งในชีวิตประจำวันของเรานี่พบสารประกอบอินทรีย์แล-้วกะ(-็)สารประกอบอนินทรีย์มากมายเลยโดยที่นักเรียนอาจจะไม่รู้นะว่าตอน(สาร)นั้นน-ี-่เป็นสารประกอบอินทรีย์จะขอยกตัวอย่างนะคะเช่นกลูโคสแก๊สมีเทนเม(อ)ทานอลหรือแม้แต่กรดอซี-ิกหรือว-่ากรดน้ำส้มที่นักเรียนรู้จักนะคะส-่ว-ูตร(น)สารประกอบอนินทรีย์ก็เช่นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์น้ำแตสาร(-่)ละลายกรดไฮโดรคลอริกหรือแม้แต่คน(โซ)เดียมคลอไรด์หรือเกลือแกวซอย(ง)นั่นเองค่ะหรือแม้…หรือแม้กระทั่งสารอาหารที่เรารับประทานกันนะคะไม่ว่าจะเป็นไขมันน้ำมันคาร์โบไฮเดรตโปรตีนหรือว่าวิตามินนี-่ล้วนแล้วแต-่เป็นสารประกอบอินทรีย์ด้วยเช่นก-ัร(น)ยกเว้นสารเกลือแร่นะคะนักเรียนที่ไม่ใช่สารประกอบอินทรีย์เรามาเข้าหัวข้อไขมันและน้ำม-ันก-ันก่อนเลยนะไขมันและน้ำมันเป็นอาหารปะเภทที่ให้พลังงานสูงดังนั้นการรับประทานอาหารประเภทนี้นี่เราก็จะไ-้ร-ับความอบอุง(-่)-ั(ล)-้วกน(-็)ไขมันและน้ำมันนี่จะดูดซึมวิตามินบางชนิดด้วยเช่นวิตามินADEหรือKซึเค(-่ง)นักเรียนได้มีความรู้แล้วในสมัยมัธยมต้นแต่ว่าการรับประทานไข-ัา(น)ละน้ำมันนี่ก็ต้องทานในปริมาณที่พอเหมาะเพล้วนะmon(ร)าะว่าถ้าเราทานมากเกeyซึ-่(-ิ)นไปถ้ง(า)เราทานเฟรนช์ฟรายส์โดนัทล(พ)-ิ-่าเหล-่านี้มกเกินไปนี่มันก็อาจจะทำให้คอเลสเตอรอลส่วนเกินนี่ไปสะสมที-่เส้นเลือดและทำให-่(-้)เส้นเลือดตีบตันไาย(ด้)-่น(ย)ค่ะไขมันและน้ำมันนะคะเป็นสารในกลุ่มไป(ร)กลีเซอไรด์ซึ่งประกอบด้วยส่วนของกลีเซอeasl(ร)es(ล)มาทำปฏิกิริยากับกรดไขมันถา(3โ)เลกุลซึ่งไตรกลีเซอไรด์แต่ละชนิดน-่ะค่ะจะมีส่วนของกลีเซอรอะก็จะ(ล)เหมือนกันแต่ตับแตกต่างกันที่กรดไขมันเราจะมาดูที่ไตรกลีเซอไรด์ชนิดนี้กันนะคะจะเห็นว่าเห็นไหมคะบริเวณที่ครูวงไว้น-ี่จเป็นส่วนของกรด…ขอโทษ-่ะเป็นส่วนของกลีเซอรอลก็k(ซ)-ึisa(-่ง)เหมือนกันทุกชนิดแต่มันจะแตห(ก)-ือน(-่าง)กันที่ตรงนี้ค่ะคือกรดไขมันนั่นเองตอนนี้นี่จะมีกรดไขมันถึง3ช-ิดเลยมาดูที่กรเหมือนกัน(ด)ไขมันชนิดที่1ก่อนจะเห็นว่าพันธะระหอนบ-ั(ว)-่างอะตอมของคาร์บอนนี่บางตำแหน่งก็เป็นพันธะเดี่ยวบางตำแหน่งก็เป(พบ)-็นพันธะคู่ด้วยแต่กรดไขมันชนิดที่2ช(ก)-ั-้(ช)-ิดที่3นะคะนักเรียนนักเรียนจะเห็นว่าเขาก็จะ…สูตรโครงสร้างสป็น(-ูตร)โครงสร้างของกรดไขมันmon(น)-ีey(-่)บริเวณพันธะระหว่างอะตอมคาร์บอ-ี้จะเป็นพ-ันธะเดลาส(-ี)-่-ิก(ยว)ทั้งหมดซึ่งเราจะเรียรดไขมันที่ไ(ใ)นโครงสร้างมีพันธะคู่ระหว่างอะตอมของคาร์บอนเราจะเรียรดไขมันประเภทนี้ว่า"กรดไขมันไม่อิ่มตัว"ในขณะที่กรดไขมันที่ในโครงสร้างของเขานี่พันธะ…ผู้ขอโทษค่ะพันธะระหว่างอะตอมคาร์บอนนี่เป็นพันธะเน(ด)-ี่ยวทั้งหมดเขาจะเป็นกรดนไขมันอิ่มตัวไขมันอิ่มตัวดังนั้นนักเรียนต-่ครูได้ไหมคะว่ากรดไขมันช-ิดที่1เป็นกรดไขมันอิ่มตัวหรือไม่อิ่มตัวคะเก่งมากค่ะสำหรับกรดไขมันชนิดที่1นี่เขาก็จะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวนะเข(ร)ะวเป-็(-่)พ(ม)-ัน…เขามีบรรทธะ(-ัด)คู่แต่ส่วนกรดไขมันช-ิดที่2และ(กับ)ที่3เห็นไหมคะน่าจะเป็นกรดไขมันอิ่มตัวเพราะว่าเข(ใน)ามีโครงสร้างมีพันธะเดี่ยวทั้งหมดที-่นี้ครูเขาจะขอยกตัวอย่างโ(ก)รดไขมันทีครงสร-้(-่)ง(บ)ในชีวิตประจำวันนะคะก(ร)-ูยกตัวมา2ตัวอย่างก็คือกรดสเตียริกกับรดไนแ(โ)ะ(…)ไลโนเลนิกสำหรับกรดสเตียริกค่ะ-ักรียนองบกครูส-ิคะว่ก(า)เขาเป็นกรดไขมันประเภทไหนดูจากสูตรโครงสร้างเขาเลยค่ะดูพันธะระหว่างอะตอมของคาร์บอนจะเห็นว่ากรดสเตียริกเป็น…เป็นอะรคะเปม่(-็น)เซฟไขมันอิ่มตัวนะเพรคำ(าะ)ว่าในสูตรโครงสร้างมีพันธะเดี่ยวทั้งหมดใน(ดย)กรดสเต-ีเ(ย)-ิกน-ี-่เยพบใ(ป็)กรดไขมันอิ่มตัวที่พบมากในไขมันสัตว์เขานิยมนำมาทำเป็นส่วนผสมในการทำสบู่ค่ะส่วนต่อมากรดไขมันช-ิ-ี(ด)ต่อมาก็คือกรดไขมันไลโนเลนิกคร-ูไม่ถามแล-้วว่าเขาคือกรดไขมันประเภทไหนนะนักเรียนน่าจะตอบได้เพราะว่าดูจากในสูตรโครงสร้างก็จะเห็นมัน-้ว(ท)-ั้งคู่กรดไลโนเลอ(น)-ิกนี่เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวชื่อนี้อาจจะไม่ค่อยค-ุ-้นแต่ถ้าครูบอกว่ามันเป็นกรดไขมันใกลุ่มโอเมก้า3นักเรียนก็อาจจะคุข(-้)นขึ้นมานะคะซึ่งกลุ่มไข…กรดขมันในกลุ่มโอเมก้า3นีฮ(-่)เป-็นกรดไขมันร(จ)-ำเป็-์(น)ร่างกายสร้างเองไม่ได้ดังนั้นเราต้องรับปนำ(ระ)ทาง(น)เข้าไปค่ะโดยไขมันกรดไขมันโอเมกในOmega(-้า)3นี่เราจะพบในไหนได้บ้างก็พบในอาหารทะเลห-ือว่าปลาทะเลน้ำลึกแ-้วเขา-ีส-่วนอย่างไรเขามีความสำคัญอย่างไรก็คือเขามีส่วนสำคัญในการช่วยรับพัฒนาระบบประสาทและสมองค่ะแล้วนักเรียนเคยสงสัยอีกไหมคะว่าสารอาหารประเภทไขมันและน้ำมั-ี่ทำไมบางชนิดมีสถานะเป็นของแข็งเช่นเล(น)ยนี่เราเห็นแหละว่าเรามันเป็นของแข็งแต่น้ำมันถั่วเหลืองเขาเป็นของเหลวนักเรียนเคยสงสัยไหมคะที-่นี้ครูจะให้มาดูนะคะว่าปริมาณของกรดไขมันนี่ที่อยู่ในไขมัและน้ำมันนี่ส่งผลต่อสมบัติของเอ(ข)-่-ั(า)งไรมาดูที่ตาราข้อมูลกันเลยค่ะมาดูที่ล(น)กับน้ำล(ม)-ัด(น)ถั่วเหลืองนะวั(ตอ)นนี้นี่คร-ูมีข้อม-ูลของกรดไขมันที่พบในเนยกัและ(บ)น้ำมันถั่วเหลืองนักเรียนจะเห็นว่าในเนยนี่ค่ะจะประกอบไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัวถึงร้อป(ย)ละ50ในขณะที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเพอ(-ี)งแ-ู(ค)-่ร้อยละ26ในทางกลับกันนะคะดูในส่วนของ-้อ(-ำ)มัยละท(น)ถั่วเหลือ-ี-่(ง)บ้26(าง)น้ำมันถั่วเหลืองนี่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวร้อยละ80เลยร้อยล0108(ะ)81เลยค่ะแต่ว่ามีกรดไขมันอิ่มตัวมากน(ค)-ื-ี-้(อ)ร้อยละ16นักฮ(ร)-ียลองดูความสัมพันธ์นะคะแล้วก็มาดูเปรียบเทียบดูนะคะมาดูที่จุด-้อมเหลวะ(-ิ)คะขณ(ดู)ที่ยเา(น)ยนี่มีจุดหลอมเหลวสูงในแล(ขณ)ที่น้ำมันถั่วเหลืองนี่มีจุดหลอมเหลวต่ำจากข้อมูลเหล่านี้นี่เราจะพา…อที่-ัก(จะ)สรุปความสัมพันธ์หรือว่าอนุมานได้ว่าอย(ะ)-่างไรคะก็อาจจห(ส)-ุปไ-ือ(ด้)ว่าไขมันหรือน้ำมั-ี่ไม(ที)-่มีปริมาณกรดไขมันอิ่มตัวมากก็จะมีจุดหลอมเหลวสูงซึ่เมถ(-ื)-่-้า(อ)มีจุดหลอมเหลวสูงม(น)-ี-่ก็อาจจะส่งผลให้มีสถานะของแข็น(ง)ที่อุณหภูมิห้องนักเรียนอาจจะงงว่าอุณหภูมิห้องใครเปสงสัย(-็)อุณหภูมิห้อง-ี่(อง)ต่างประเทศนะคะก็คือที่15องศาเซลเซียสค่ะไปต่อกันเลยค่ะความ…การพิจารณาความอิ่มตัวของกรดไขมันนะคะยังสามารถนำม-ับใช้กับการบอกความอิ่ตัว…อิ่มตัวของสารประกอบอินทรีย์ด้วยนะคะครูมีตัวอย่างของสารทั้งหมดสารก(ป)ะกอบอินทรีย์5ชนิดอยากให้นักรี-ิ(ย)นใช้ความรู้เมื่อสักครู่นี่น(ล)-้องบอกครูสิคะว่าสารใดเป็นสารประกอบอินทรีย์ชนิดอิ่มตัวแล-้ะ(ว)สารใดเป็นสารปะกอบอินทม(ร)-ีย์ชนิดไม่อิ่มตัวค-ู-่จะให้เวลานักเรียนคิดสักครูเ(-่)ะคะลองดูค่ะลองดูจากส-็(-ู)โครงสร้างนะคะนักเรียนตอบได้ไหมเอ่ยเฉลยแล้วนะคะมาดูชื(ที)-่สารประกอบอินทรีย์ชนิดอิ่มตัวกันก่อนนักเรียนอ(ต)ก(บ)อะไรบ้างคะมาดูสารประอ(ก)ก(บ)อินทรีย์ชนิด-ี(-ิ)-่มตั1(ว)นะก็จะมีสารAกัa(บ)สารCเพราะอะไรคะเพราะอะไรคะนักเรียนเพราะว่าดูที่สุดโครงสร้างแล้วนี่พันธะอะตอมขอโทษค่ะพันธะระหว่างอตอมขอคาร์บด(อ)-ี้(ขา)เป็นพันธะเดี-๋(-่)ยวทั้งหมดนะเพราะฉะนั้นนี่สารAกับสารCจถ่า(-ึ)งเป็aและสารปะกอบอินทรีbแบ(ย)-์ชนิบ(ด)อิ-่ฐ(ม)ตัวในขณะ-ี่สารBEแ-ั(ล)-้ง(ว)หมดก็Dเหจะ(-็น)หมคะสถ(เข)จะน(ม)-ีล(น)สูตรสา(โค)b(ง)-ิ(ร)นค-้าเขาจะมีพันธะคู่แ(ร)-ืะ(อ)พันธะ3นส(-ั)-่ม(น)แสดงว่าเขาเป็นสารประกอบอินทรีย์ชนิดไม่อิ่มตัวค่ะจากสูตรโครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์บางชนิดนะคะหรือว่าที่…ที่คก(ร)-ูให้ดูไปแล้วเมื่อสักครู่ข้างต้นนี-้(-่)ค่ะก็(จะ)เห็นว่าสารประกอบอินทรีย์บางชนิดที่ประกอบไปด้วยธาตุคาร์บอนแล้วก็ไฮโดรเจนเท่านั้นนะคะเราจะเสัญ(ร)-ี-ั(ย)ษณ์สารเหลอบ(-่า)นี้นี่ว่า"สารประกอบไฮโดรคาร์บอน"ซเร-ื(-ึ)-่งสารประกอบไฮโดรคาร์บอน-ู(ะ)-้(ะ)จะแบ่งออกเป็น2ประเภทก็คข(-ื)สารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวอันนี้ก(ร)-ูเขียนว่าHCนะHCย่อมาจากHydrดีนะไฮโดรคา(o)carboncompoundHydrocarboncompoundอิ่มตัวก็จะเป็นอย่างไรคะก็ในสูตรโครงสร้างก็จะมร์บอนcompoundอิ่มต(-ี)-ันธะเดี่ยทั้งหมดส่วนอีกประเภทหนึ่งก็คือHCไม่อิ่มตัวสารประกอบไฮโดรคาร์บไม่อิ่มตัวชื่อมันไม่อิ่มตัวนะก็แสดงว่าในสูตรโครงสร้างนี-้(-่)มันมีทั้งพันธะคู่หรือว่าพันธะส(3)ามอย่างน้อย1พันธะในโครงสร้างก่อนที่ต(จ)-ัดกระจก(บ)เรื่องไขมันและน้ำมันนะคะก(ร)-ูก็จะมาให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดก่อนนะคะดูสิว่าตรวจสอบความรู้สิว่าหลังจากที่ครูพูดไปนานๆแล้วนี่นักเรียนหลุดหลุดลอยไปหรือเปล่านะมาช่วคะให-้(ย)ครูตอบคำถามหน่อยแล้วกันค่ะข้อปัญหา(1)นะคะลองพิจารณาสูตรโครงสร้างของสารต่อไปนี้เห็นไหมเห็นไหมคะว่าครูมีสูตรโครงสร้างขอสารหลายชนิดเลยทีนี้ครูป(…)-ี-ี้น-ักเรียนส(ต)อบครูหน-่อยว่าสารใดเป็นสารประกอบอินทรีย์ข้อ1สารใดเป็นสารประกอบอินทรีย์นักเรียนลองดูค่ะดูสิคะว่าจะเฉลยเหมือนก(ร)-ูหรือเปล่าได้ไหมคะ3สรนี้ไหมคะนักเรียนลองดูนะอ(ม)-ีสาห(1)นึ่งตรงนี้สา2อยู่ด-้านอ(ว)าแล้งตรงนี-้(ว)ก็น(ร)ที่3อยู่ด้านล่างนะแล้วสารใดล่ะเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนจำได้ไหมคะสารประกอบไฮโดรคาร์บอนคืออะไรค-ูเฉลยแล้วนะคะก็คือเ(2)อาสารนั่นเองก็คือสารที่อยู่ด้านบนแ(ก)-ัะ(บ)สถานที่อยู่ด้านล่างเพราะอะไรล่ะคะคร-ูก็ด-ูสิคะว่าสารประกอบไฮโดรคสถร์บอนที่ครูสอนไปก็คือสารประกอบอินทรีย์ที่สารประกอบด้วยไฮโด(ธ)าตร(-ุ)คาร์บอนและไฮโดรเจนนั่นเองก็เหค(ล)-ือ…เหลืขณะน-ี้(อแ)ค่2สารนะคะสำหรับคำถามข้อสุดท้ายของวันนี้อ่านโจทย์ก่อนนะทยด(-์)ให้ข้อมูลมาด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที-่ไม-่อิ่มตัวสามารถฟอกจางสารส-ีสารละลายไอโอดีนได้นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งต้องการทดสอบการป(ฟ)-้กจา-ั(-ี)ของไอโอดีนในสารx(X)Yแล-้วกะ(-็)Zซึ่งมีสูตรโครงสร้างดังแสดงคำถามก็คือว่าสารใดสามารถฟอกจางสีสารละลายไอโอดีน…ไอโอดีนได้เพราะเหตุใดจะปล่อยเวลาให้นักเรียนคิดสักครู่นะคะมาเฉลยกันเลยนะนักเรียนว่าอะไรคะสาไหนคะเก่งมากค่ะสารx(X)กับสารZเแซ(นื)-่บนก(ง)จากว่าอะไรสาบอ(รX)ว่(-ับ)สารXYZเป็นารประกอบไฮโดรน(ค)ม(-์)บอล(น)ที่ไม่อิ่มตัว-ึ(-็)-่งนักเรียนจะเห็นสูตรโครงสรค(-้)างแล้วนะว่าสรXนี่ขา-็น(พบ)พันธะส(3)ามในขณะที่สารZเขาแทรก(มี)พันธะคู่ด้วยนั่นแปลว่า2สารxไม(นี้)-่เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ไม่อิ่มตัวเม-ึ(-ื)-่ง(อ)นำเอาไปทดสอบกป(า)ะ(อ)จางสบ(-ี)กับสารละลายไอโอดีนนี่ก็เลยสามารถฟอกจางสีได้ค่ะก่อนจะลากันไปนะคะครูก็ขอสรุล(ป)เรียนในหัวข้อไขมันและน้ำม-ันก-ันก่อนไขมันและน้ำมันจัดเป็นสารประกอบอินทรีย์สารประกอบอินทรีย์มีธาตุคาร์บอนเป็นองค์ประกอบซึ่งส่วนใหญ่สามารถสร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุไฮโดรเจนหร-ับ(-ือ)ธาตุคาร์บอนด้วยกันเองแล-้วก็อาะ(จ)สร้างพันธะโคเวเลนต์กับธาตุอื่นด้วยสารประกอบไฮโดรคาร์บอนเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ประกอบไปด้วยธาตุคาร์บอนและไฮโดรเจนเท่านั้นสารประกอบไฮโดรคา-์บอนแบ่งจ(-็)2ประเภทก็คHybrid(-ือ)สารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัวมีโครงสร้างที่ประกอบไปด้วยพันธะเดี่ยวทั้งหมดกับสารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัวมีโครงสร้างที่ประกอบไปด้วยพันธะคู่หรืและ(อ)พันธะส(3)ามอย่างน้อย1พันธะค่ะวันนี้สำหรับหัวข้อไขมันและน้ำมันนะคะก็ขอจบไปแต่เพียงเท่านี้นะคะแต่ก็อยากฝากให้นักเรียนนี่กลับไปร(ท)ก(ท)วนก-็ไ(-ัน)ด้วยค่ะสวัสดีค่ะ[เสียงดนตรี]

More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-06-05 10:20:41
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}