Accuracy : 93.14%
Insertion : 123
Deletion : 541
Substitution : 104
Correction : 10547
Reference tokens : 11192
Hypothesis tokens : 10774
(อาจารย์จักรพงศ์)ครับผมก็วันนี้นะครับคุณครูจะมาสอนในรายวิชาภาษาไทยของป(.)5นะวันนี้เราเจอกันในครั้งแรกในห้องลาบนะคะเดี๋ยวคุณครูจะมาพูดในเรื่องของธรรมชาติลักษณะและพลังของภาษานะครับว่ามันคืออะไรภาษามันเกิดขึ้นได้อย่างไรและภาษามันมีพลังอย่างไรลักษณะของภาษามันเป็นอย่างไรเดี๋ยวคุณครูจะมาอธิบายให้นักเรียนฟังแล้วก็ให้นักเรียนบันทึกลงในสมุดของนักเรียนในชั่วโมงน-ี้เดี๋ยวชั่วโมงหน้าในสัปดาห์ถัดไปที่เราจะต้องเจอกันอีกเดี๋ยวคุณครูจะมีกิจกรรมให้นักเรียนทำนะครับเป็นเรื่องของธรรมชาติลักษณะและพลังของภาษาตรงนี้นะครับมาดูกันเลยนะครับว่าความหมายของภาษาภาษาภาษาแบ่งแบ่งความหมายได้2ประเภทนะครับก็จะมีภาษาในความหมายกว้างแล้วก็ภาษาในความหมายแคบเดี๋ยวนักเรียนอาจจะเคยได้เรียนผ่านๆมาบ้างแล้วเดี๋ยวคุณครูจะคุณครูจะทบทวนให้อีกครั้งหนึ-่งนะเพราะว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณครูก็ได้เกริ่นในเรื่องของความหมายของภาษาให้นักเรียนได้รับรู้แล้วแล้ววันนี้ก็ถือว่าเรามาทบทวนกันอีกครั้งหนึ่งนักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับโอเคถ้าเข้าใจแล้วเดี๋ยวเรามาดูความหมายของภาษาในความหมายกว้างนะครับว่ามันคืออะไรในความหมายกว้างนะครับภาษาความหมายที่ใช้พูดภาษาที่ใช้พูดเขาเรียกว่า"อวัจนภาษา"ภาษาและมีอีกภาษาหนึ่งอวัจนภาษาที่ไม่ใช่คำพูดทางนี้นะครับความภาษาในความหมายอาจจะนับถึงภาษาของสัตว์ด้วยนะภาษาที่แปลความหมายกว้างนะครับก็เดี๋ยวคุณครูจะสรุปให้นะครับว่าหมายถึงเป็นภาษาพูดแล้วก็ไม่ใช่ภาษาพูดด้วยแล้วก็รวมไปถึงของภาษาของสัตว์ด้วยนะของสัตว์ต่างๆด้วยนะครับแต่ว่านะครับแต่ว่าของนักภาษาเขายังไม่มีข้อมูลของภาษาศาส-ัตร(ว)-์มากมายนะครับจึงไม่ค่อยนำมากล่าวรวมกับของมนุษย์นะแตปล(-่)ว่าสัตว์ก็สื่อสารกันด้วยภาษาเหมือนกันแค่เราไม่รู้จักภาษาของสัตว์เท่านั้นเองนักเรียนเคยสังเกตไหมว่าทำไมทำไมแมวทำไมแมว2ตัวอยู่ด้วยกันทำไมถึงรู้เรื่องทำไมถึงคุยกันรู้เรื่องก็เพราะว่าเขาก็มีภาษาศาส-ัตร(ว)-์ของเขาเหมือนกันนะครัะ(บ)ผมต่อไปนะครับเดี๋ยวครั้งนี้คุณครูจะสรุปให้แล้วก็ให้มาดูความหมายแบบกว้างก่อนอีกครั้งหนึ่งเป็นความหมายแบบแคบแล้วก็คุณครูจะให้นักเรียนจดลงในสมุดนะเดีอ(-๋)ยา(ว)กไปดูความหมายแบบแคบกันนะครับความหมายแบบแคบนะครับก็คือเป็นภาษาพูดก็คือหมายถึงว่าเป็นภาษาพูดนะครับผมจะเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรซึ่งเป็นความหมายแทนคำพูดก็ได้อันนี้คือความหมายแคบๆเลยเข้าใจไหมนักเรียนเข้าใจไหมครับที่คุณครูพูดก็คือความหมายแบบกว้างน่ะความหมายแบบกว้างเขาจะพูดไปถึงว่าอาจจะเป็นภาษาที่เป็นคำพูดหรือภาษาที่ไม่ใช่คำพูดแล้วรวลง(ม)ไปถึงภาษาสัตว์ต่างๆแต่ว่าภาษาสัตว์เขาก็ยังไม่ได้มีข้อมูลมากมายนักนะครัะ(บ)ก็คือเขาก็เอามาพูดถึงแค่นั้นเองแต่ในความหมายแคบเขาพูดแค่ว่าเป็นภาษาที่ใช้พูดหรือใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสารก-ันอย่าร(ง)เล(ช)-่นคนหูหนวมุ(กค)นที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเดือนเขาสื่อสารเขาใช้ภาษามือใช่ไหมครับเขาใช้ภาษามือใช่ไหมนักเรียนคิดดูนะครับกาวัน(ร)ที่เขาใช้ภาษามือภาษามือมันเหมือนคำพูดไหมมันเหมือนคำพูดไหมไม่เหมือนมันคือการใช้สัญลักษณ์นะครับการใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสารกันมันก็คือภาษาอย่างหนึ-่งนั่นก็คือเป็นภาษามือที่เขาใช้ในการสื่อสารกันนักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับเข้าใจไหมเข้าใจนะโอเคเดี๋ยวเรามาดูในภาพรวมกันเลยสรุปเลยครับสรุปเลยว่าภาษาหมายถึงอะไรภาษาใต(สั)-้นๆเลยนะครับหมายถึงว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้สื่อสารเข้าใจกันแค่นิดเดียวนี่ครับนี่คือความหมายของภาษาที่สรุปได้แบบสั้นๆเลยก็คือใช้สื่อสารเข้าใจกันพอจะเข้าใจหรือยังทีนี้ว่าภาษาหมายถึงอะไรนักเรียนพอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่าภาษาหมายถึงอะไรก็คือสรุปง่ายๆภาษาหมายถึงสิ่งที่มนุษย์ใช้สื่อสารเข้าใจกันเขียน...อ๋อโอเคเดี๋ยวอย-่-ั(า)งไง(ร)เดี๋ยวคุณครูให้นักเรียนเขียนลงในสมุดก่อนนะครับตรวจดลงในสมุดก่อนจดใช่ครับตรวจลงในสมุดก่อนถ้าเสร็จแล้วบอกคุณครูนะครับต่อไปนะครับจะเป็นความหมายในภาษากว้างนะเดี๋ยวให้นักเรียนจดในสมุดนะถ้านักเรียนตรวจดเสร็จแล้วเดี๋ยวคุณครูจะสรุปภาพรวมอีกครั้งหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจของนักเรียนเสร็จหรือยังครับโอเคเราไปดูความหมายแคบกันเลยโอเคนะครับเดี๋ยวเราไปดูภาพรวมของความหมายของภาษานะครับโอเคในเมื่อเรารู้ความหมายของภาษาแล้วนะครับเรามาสรุปพร้อมกันอีกทีหนึ่งความหมายของภาษาที่นักเรียนเข้าใจนะครับก็คือนักเรียนนะครับนักเรียนรู้ไหมทำไมคุณครูให้นักเรียนจดลงในสมุดนักเรียนรู้ไหมเพราะว่าการเขียนการฝึกเขียนของนักเรียนนะครับมันจะช่วยให้นักเรียนทบทวนความจำของนักเรียนในการสื่อสารในการเขียนกับเพื่อนๆที่เขาไม่เข้าใจภาษามือถ้านักเรียนเขียนได้ถูกต้องการสื่อสารก็จะทำให้บรรลุกระบวนการไปเชิญนั่งเลยครับต่อไปนะครับเรามาดูประเภทของภาษาที่ใช้ในการสื่อสารกันว่ามันคืออะไรการสื่อสารของมนุษย์นะครับที่อยู่ร่วมกันในสังคมสื่อสารกันได้หลายทางนะครับตั้งแต่การพูดให้ฟังการเขียนให้อ่านการส่งผ่านสื่อเทคโนโลยีต่างๆนะครับม(อ)-ันเป็นการส่งเสริมการใช้ภาษาถ้อยคำร(ก)-้าน(ร)ส่หอย(ง)ทอดสื่อสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารนะครับการตีความหลักการใช้ถ้อยคำเพียงอย่างเดียวอาจไม่ชัดเจนและตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสารจฉ-ัน(-ึง)ต้องอาศัยการพิจารณาน้ำเสียงบุคลิกแววตาท่าทางและสิ่งแวดล้อมทั้งหมดที่กล่าวมานะครับก็คือไม่ว่าจะเป็นถ้าเราใช้คำพูดอย่างเดียวน-่ะมันอาจจะสื่อสารไม่ได้ชัดเจนมันต้องอาศัยน้ำเสียงออกมาด้วยมันต้องอาศัยบุคลิกของผู้พูดผู้สื่อสารออกมาด้วยท่าถ(ท)าม(ง)ออกมาด้วยแววตาในการสื่อสารออกมาและสิ่งแวดล้อมต่างๆในบริบทที่เขาพูดเอ(ข)าสื่อสารออกมาม-ั(า)นประกอบกับสิ่งที่เขาสื่อสารมานะครับพอจะเข้าใจไหมพอจะเข้าใจนะโอok(เค)ถ้าอย่างนั้นนักเรียนจดลงในสมุดก่อนมาดูว่าภาษาของมนุษย์แบ่งเป็น1ประเภทคืออะไรคร-ูเจเขียนผิดนะครับเดี๋ยวหนึ่งตรงนี้เปลี่ยนเป็น2นะคำสุดท้ายเปลี่ยนเป็น2ประเภทนะโอok(เค)คุณครูพิมพ์ผิดขอโทษทีนะครับโอเok(ค)นะครับเดี๋ยวเรามาต่อกันด้วยนะครับว่าภาษามนุษย์แบ่งเป็นกี่ประเภทนะครับก็คือประเภทที่1จะเรียกว่า"อวัจน"ประเภทที่1จะเรียกว่า"วัจนภาษา"นะครับวัจะนะภาษาจะหมายถึงภาษาที่ใช้ถ้อยคำก็คือเป็นภาษาพูดส่วนข้อที่2อวัจนภาษาอวัจนภาษาก็คือภาษาที่ไม่ใช่เป็นคำพูดเป็นถ้อยคำเดี๋ยวเราจะไปดูว่าวัจคณะ(น)ภาษาและอวัจนภาษาเป็นมีลักษณะอย่างไรบ้างนะครับเดี๋ยวนักเรียนจดก่อนสำหรับนักเรียนที่เขียนและ(-้)วคณ(น)ะนักเรียนอ่านทบทวนอีกครั้งหนึ่งต(ถ)-้องทำให้เข้าใจอย่างไรให้ถามคุณครูนะครับถ้าสมมุติว่านักเรียนเขียนเสร็จเร็วก่อนเพื่อนนะถ้านักเรียนเสร็จแล้วนักเรียนก็อ่านทบทวนอีกครั้งหนึ่งถ้ายังไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามคุณครูได้เลยนะครับต่อไปเลง(รา)มาดูลักษณะรูปแบบของวัจนภาษานะครับลักษณะของวัจนภาษาก็คือภาษาไทยมีถ้อยคำที่แสดงความลดหลั่นชั้นเชิงของภาษาอยู่มากมายนะครับห(ท)น-ั-้งถ้อยคำสำนวนโวหารการเลือกสรรถ้อยคำจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการสื่อสารการใช้ภาษาให้เหมาะสมกาละเทศะและบุคคลจึงเป็นรึเรื่องควรศึกษานักเรียนนักเรียนอย่าเพิ่งจดเดี๋ยวนักเรียนดูก่อนดูพี่ล่า-ำ(ม)อธิบายก่อนเดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้นักเรียนฟังก่อนที่นักเรียนจะจดลงไปในสมุดนะครับสรุปเลยภาษาลักษณะของแบบของวัจนภาษานี่ลักษณะชนะภาษาก็คือถ้อยคำนะครับเป็นถ้อยคำเป็นคำพูดก็คือถ้ามันเป็นถ้อยคำและเป็นคำพูดนี่นักเรียนรู้ไหมว่าที่เราจะพูดกับใครสักคนหนึ-่งนี่เราจะต้องเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสมกับกาละเทศะบ-ุคคลค-ุก(น)น-ัา(-้)นๆนะครับเขาอยู่ในระดับใดการที่เร-ั(า)กจะเลือกสรรคำพูดแต่ละคำออกมาพูดโอok(เค)นักเรียนตั้งใจหน่อยตั้งใจนะครับตั้งใจโอเคโอเokok(ค)สรุปสรุปของลักษณะและรูปแบบของวัจนภาษาเดี๋ยวคุณครูจะสรุปให้สรุปในเฟรมนี้นะครับก็คือเขาพูดถึงภาษาไทยนี่มีถ้อยคำที่แสดงความลดหลั่นชั้นเชิงอยู่มากมายเลยในเวลาที่เราจะเลือกใช้คำพูดออกมาสื่อสารให้กับมายแต-่(เ)ลยะคนนี่เขาจะมีอยู่หลายระดับอย่างเช่นนักเรียนจะพูดกับนักเรียนก็จะใช้คำพูดในการสื่อสารอีกระดับหนึ่งนักเรียนจะใช้พูดกับคุณครูพูดกับพ่อแม่นักเรียนก็ต้องคำพูดอีกรูปแบบหนึ่งอย่างนี้ลักษณะที่ให้เหมาะสมกับกาละเทศะว(อ)-ันนี้คุณครูจะสรุปค(ข)ลองเป(ฟ)รมนี้ให้ดูนักเรียนเข้าใจคุณครูพูดนะเข้าใจไหมครับถ้าเข้าใจแล้วนักเรียนจดลงในสมุดได้เลยเสร็จหรือยังครับเสร็จแล้วนะต่อไปเรามาดูข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษานะการใช้วัจนภาษานี่มันใช้อย่างไรข้อที่1นะครับข้อที่1คำที่มีความหมายเหมือนกันมีที่ใช้ต่างกันการใช้คำเหล่านี้ต้องคำนึงถึงโอกาสสถานที่และสัมพันธภาพระหว่างบุคคลเช่นกินนะครับคำว่า"กิน"นักเรียนรู้ไหมว่าพระสงฆ์จะไม่ได้ใช้คำว่า"กิน"เหมือนกับคนทั่วไปนะพระสงฆ์จะใช้อีกคำหนึ่งก็คือคำว่า"ฉัน"แล้เรา(ว)ก็ถ้าเป็นคนธรรมดาภาษาสุภาพภาษาส-ุภาพจริงๆจะไม่ใช้คำว่า"กินนะครับจะใช้คำว่ารับประทานแต่ถ้าเป็นพระบรมวงศานุวงศ์นะครับก็จะใช้คำว่า"เสวย"แปลความหมายรวมทั้งสิ้นแล้วก็หมายถึงคำว่าแตปล(-่)ภาษาต่างระดับกันต่างโอนกันนะครับก็คือให้ใช้ระหว่างเรียกว่ากาละเทศะแตกต่างกันไปสรุปก็คือข้อที่1ก็หมายถึงว่าเปล-่ะ(-็น)คำที่มีความหมายเหมือนกันแปล(ต่)ว่าใช้ต่างกันคือเป็นคำพูดนะครับอันนี้หมายถึงเป็นคำพูดวัจนภาษาคือคำพูดการสื่อสารด้วยถ้อยคำนะครับเป็นคำพูดพูดในลักษณะคำพูดแบบว่าในแตกต่างระดับกันออกไปแต่มีความหมายอย่างเช่นคำว่า"กิน"ธรรมดาของเราก็คือคำว่า"กิน"พอใช้จะใช้คำว่า"ฉัน"งถ้าใช้กับคนธรรมดาเป็นภาษาสุภาพใช้คำว่า"รับประทาน"เราใช้กับพระบรมศานุวงศ์ใช้คำว่า"เสวย"อย่างนี้นะครับจะใช้แตกต่างกันออกไปนักเรียนเข้าใจไหมครับเข้าใจข้อนี้ไหมครับถ้าเข้าใจตก(จด)ลงเลยพูดเม-ื่า(อ)นำคำที่พูดพ(ท)-ี่เป็นภาษาพูดมาเขียนจะเขียนไม่ตรงกับเสียงที่พูดนะครับอย่างเช่นภาษาพูดนะครับจะเขียนว่าเขาเอาขนมของฉันไปแล้วไม่คืนได้อย-่-ั(า)งไง(ร)แต่พอเป็นภาษาเขียนนะครับนักเรียนดูนะครับว่าเขาเขียนว่าต่างกันไหมอย่างเช่นคำว่าคำว่า"เขา"นะครับกับคำว่า"เขา"มันต่างกันนะครับนักเรียนเห็นไอ้คำว่าภาษาพูดนะครับภาษาพูดเขียนคำว่า"เค้า"แต่ภาษาเขียนจะเขียนคำว่า"เขา"ซึ่งมันจะไม่ตรงกันเลยเพราะฉะนั้นนี่นะครับก็คือเป็นข้อสังเกตในการวัจนภาษาเข้าใจไหมนักเรียนนักเรียนเข้าใจไหมเข้าใจข้อนี้นะคำพูดนั่นแหละเมื่อนำคำพูดมาพูดมาเขียนแล้วนะคำที่เรามาเขียนน่ะมันจะไม่ตรงกันมันจะไม่ตรงกันกับคำที่พูดอย่างเช่นคำว่า"พูด"คำว่า"เขา"สะกดด้วยสระเอคควายไม้โทแล้วก็ไม้เอกaisคอควายไม้โทสระอาเขียนเป็นสระเอขไข่สระอะก็คือขอไข่สระโอนั่นแหละครับก็จะแตกต่างออกไปคือภาษาพูดกับภาษาเขียนย่อมแตกต่างกันเราจะใช้สีหน้าท่าทางคำพูดน้ำเสียงออกมาในลักษณะที่แบบว่าบางทีมันก็เขียนไปจากภาษาเขียนไปเลยวรรณยุกต์ทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนไปเวลาเขียนต้องเขียนให้ถูกความหร(ล)-ักภาษาก็คืออย่างเช่นพูดคำว่าเขาอย่างนี้เขารักตัวเองนะอย่างนี้นะครับหรือว่าเค้าก็คือคำว่า"เขา"ตรงนี้เข้าใจนะโอok(เค)ครับจดลงในสมุดได้เลยรอเรามาดูข้อสังเกตข้อที่3กันนะครับก็คือข้อที่3นะครับเป็นคำที่เป็นภาษาปากไม่ได(นิ)-้โยมนำมาเป็นภาษาเขียนเช่นภาคำศั(ษา)พท์ปากนะครับเช่นคำว่าเยอะแยะใบขับขี่มหาลัยพอพอเป็นภาษาฝ(ป)ากพวกนี้อันนี้หมายถึงว่าพวกสังเกตในการใช้วัจนภาษาทักมันเป็นการใช้คำนี้ก็คือเป็นวัจนภาษาเลยเป็นการใช้ภาษาปากที่ไม่ใช่ภาษาเขียนที่ไม่ใช่ภาษาเขียนเช่นคำว่าเยอะแยะใบขับขี่มหาลัยเป็นภาษาธรรมดามาเที่ยวเราจะเอาผิดนี่เราจะไม่ได้เขียนแบบนี้นะคะอย่างเช่นคำว่าเยอะแยะเราเอามาเขียนจริงๆเราต้องเขียนคำว่ามากมายส่วนภาษาชอบพูดกันว่าใบขับขี่จริงๆแต่เวลาเอามาเขียนสื่อสารแล้วเขียนว่าใบอนุญาตขับขี่รถยนต์หรือใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์แล้วก็ตัวเหม(อย่)าะ(ง)คำที่ส(3)นามก็คือคำว่า"มหาลัย"นะครับมหาลัยไหนเรียนมหาลัยไหนนั่นก็คือเป็นภาษาพูดเป็นภาษาปากธรรมดาที่เราใช้ในการสื่อสารจริงๆแล้วที่เราจะเขียนสื่อสารมหาวิทยาล-ัยส-ังเกตได้เลยว่าถ้านักเรียนเห็นคำภาษาปากเช่นพวกเยอะแยะขับขี่มหาลัยพวกเนี-้(-่)ยนักเรียนรู้เลยนะครับพ-ั(ว)กนี้ที่เป็นภาษาปากธรรมดานี่ก็คือวัจนภาษาซึ่งเป็นวัจนภาษาที่ใช้เป็นคำพูดเป็นถ้อยคำเข้าใจไหมเออเข้าใจแล้วจดลงเลยครับเรามาดูข้อที่4กันนะครับว่าข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษาข้อที่4คืออะไรก็คือการใช้สำนวนเป็นลักษณะเด่นของการสื่อสารเพื่อเปรียบเทียบให้ผู้ฟังเข้าใจได้ทันทีเส-ำาร์(นวน)นี้จะมีความหมายไม่ตรงตัวกับคำที่เขียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมนักเรียนดูพ-ี่-ิร(ล่)ามก่อนนะนักเรียนอย่าเพิ่งเขียนนักเรียนดูพี่ล-่ามก่อนเดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟังเอา(ก็็)คือเขาบอกว่าเป็นการใช้สำนวนบอกลักษณะเด่นของการสื่อสารนะครับคือสำนวนที่เขาพูดสื่อสารกันมานี่รู้ไหมว่าเวลาเขียนออกมาความหมายมันจะไม่ตรงกับสิ่งที่เขียนนะครับเช่นคำว่า"น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง"นักเรียนเห็นคำนี้ไหมเห็นคำที่คุณครูชี้ไหมครับไม่มีความหมายมันไม่ได้มีคถ(ว)ามท(ห)มา-ุกร(ย)-ูปพว-่ง(า)น้ำท่วมทุ่งนาน้ำเยอะมากมายผักบุ้งโหรงเหรงก็คือผักบุ้งมีนิดเดียวบ-ั(า)งตาเบาบางอย่างนี้มันไม่ได้หมายความว่าอย่างนี้นะนักเรียนรู้ไหมว่าสำนวนนี้มันหมายถึงว่าอะไรมันหมายถึงว่าขึ้นมาเลยแต่เนื้อหาสาระน้อยคือเยอะแยะมากมายเลยการที่เราจะทำอะไรอย่างนี้แต่เนื้อหาสาระน้อยมากเลยเขาเปรียบเทียบว่าเขาเปรียบเทียบนี่น้ำท่วมทุ่งก็คือกา-ัน(ร)ฟังการฟังฟังๆๆฟังเยอะมากแต่ความรู้และสำนึกผิดไม่หนาก็คือความรู้เก่งก็คือความรู้ที่มันได้เงินน-้อยเลยนี่คือข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษาก็คือเป็นคำพูดเป็นสำนวนออกมานะแต่ว่าไม่ได้แปลตรงตัวออกมาเป็นสำนวนพูดถึงน้ำแตกหมายถึงการฟังเขาพูดถึงกรุงเก่าหมายถึงว่าสาระความรู้ที่เราได้รับนี่คร-่ะ(-ับ)ถ้านักเรียนเห็นสำนวนพวกนี้นักเรียนรู้ได้เลยว่าเป็นวัจนภาษาโอเคนักเรียนจดในสมุดได้ครับมึงไปนี่เข้าใจไหมโอok(เ)ครับโอเok(ค)นะครับนักเรียนเดี๋ยวเราจะทิ้งท้ายไว้ตรงเพร(ข้อ)าะที่4นะเดี๋ยวเราจะมาต่อพอดีหาในคำตอบอlineสาธ(ท)-ิตยทอ(-์)งจันทร์ต่อในครั้งที่5ทบทวนเดี๋ยวจะมีงานให้นักเรียนทำบอกให้นักเรียนจะเล่นเกมก็ได-ั(-้)งในจะให้นักเรียนช่วยกันนะครับแยกระหว่างลักษณะภาษาอวัจนภาษาเดี๋ยวจะให้นักเรียนช่วยกันในครั้งต่อไปอาจจะต้องเจอกันในห้องเรียนนี้นะครับผมวันนี้เวลากล(-็)-้องหอมดลงแล้วก็ขอขอบคุณพี่ล-่าภ(ม)นะครับครับขอบคุณครับ
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-08-28 13:56:05
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :true
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :true
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}