Accuracy : 85.21%
Insertion : 372
Deletion : 1288
Substitution : 131
Correction : 10689
Reference tokens : 12108
Hypothesis tokens : 11192
คุณค(อาจารย์จักรพงศ์)ครับผมก็วันนี้นะครับคุณครูจะมาสอนในรายวิชาภาษาไทยของม.5นะวันนี้เราเจอกันในครั้งแรกในห้องล-่าบ(ม)นะครัะ(บ)เดี๋ยวคุณครูจะมาพูดในเรื่องของธรรมชาติลักษณะและพลังของภาษานะครับว่ามันคืออะไรภาษามันเกิดขึ้นได้อย่างไรแล-้ะ(ว)ภาษามันมีพลังอย่างไรลักษณะของภาษามันเป็นอย่างไรเดี๋ยวคุณครูจะมาอธิบายให้นักเรียนฟังแล้วก็ให้นักเรียนบันทึกลงในสมุดของนักเรียนนะครับในชั่วโมงนี้เดี๋ยวชั่วโมงหน้าในสัปดาห์ถัดไปที่เราจะต้องเจอกันอีกเดี๋ยวคุณครูจะมีกิจกรรมให้นักเรียนทำนะครับเ(ใ)ป็นเรื่องของธรรมชาติลักษณะและพลังของภาษาตรงนี้นะครับเดี๋ยวเรามาดูกันเลยนะครับว่าความหมายของภาษาภาษา...ภาษาแบ่งแบ่งความหมายได้2ประเภทนะครับก็จะมีภาษาในความหมายกว้างแล-้(ะ)วก็ภาษาในความหมายแคบเดี๋ยวนักเรียนอาจจะเคยได้เรียนผ่านๆมาบ้างแล้วเดี๋ยวคุณครูจะ...ครั้งนี้เดี๋ยวคุณครูจะทบทวนให้อีกครั้งหนึ่งนะเพราะว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาคุณครูก็ได้เกริ่นในเรื่องของความหมายของภาษาให้นักเรียนได้รับรู้แล้วแล้วก็เดี๋ยววันนี้ก็ถือว่าเรามาทบทวนกันอีกครั้งหนึ่งนักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับโอเคถ้าเข้าใจแล้วเดี๋ยวเรามาดูความหมายของภาษาในความหมายกว้างนะครับว่ามันคืออะไรในความหมายกว้างนะครับภาษากคว(-็)ามหมายถึงภาษาที่ใช้พูดภาษาที่ใช้พูดเขาเรียกว่า"อวัจนภาษา"ภาษาและมีอีกภาษาหนึ่งก็คืออวัจนภาษานะครับที่เป็นภาษาไม่ใช่คำพูดท-ัา(-้)งนี้นะครับความภาษาในความหมายอาจจะนับรวมไปถึงภาษาของสัตว์ด้วยนะภาษาที่แป(ใน)ลความหมายกว้างนะครับก็เดี๋ยวคุณครูจะสรุปให้นะ(ก็)ครั(-ือ)บว่าหมายถึงเป็นภาษาพูดแล้วก็ไม่ใช่ภาษาพูดด้วยแล้วก็รวมไปถึงของภาษาของสัตว์ด้วยนะของสัตว์ต่างๆด้วยนะครับแต่ว่านะครับแต่ว่าของนักภาษาเขา...เขายังไม่มีข้อมูลของภาษาสัตว์มากมายนะครับจึงไม่ค่อยมีนำมากล่าวรวมกับภาษาของมนุษย์นะแต่ว่าสัตว์ก็สื่อสารกันด้วยภาษาเหมือนกันแค(ต)-่เราแค่ไม่รู้จักภาษาของสัตว์เท(แค)-่านั้นเองนักเรียนเคยสังเกตไหมว่าเอ๊ะทำไม...ทำไมแมวทำไมแมว2ตัวอยู่ด้วยกันทำไมถึงรู้เรื่องทำไมถึงคุยกันรู้เรื่องก็เพราะว่าเขาก็มีภาษาสัตว์ของเขาเหมือนกันนะครับผมต่อไปนะครับเดี๋ยวครั้งนี้คุณครูจะสรุปให้นะครับแล-้(ะ)วก็ให้มาดูความหมายแบบกว้างก่อนแล้วก็อีกครั้งหนึ่งเป็นความหมายแบบแคบแล-้(ะ)วก็เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนจดลงในสมุดนะเดี๋ยวไปดูความหมายแบบแคบกันเลยนะครับความหมายแบบแคบนะครับก็คือเป็นภาษาพูดก็คือหมายถึงว่าเป็นภาษาพูดนะครับผมจะเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรซึ่งเป็นความหมายแทนคำพูดก็ได้อันน-ี-้(-่)คือความหมายแคบๆเลยเข้าใจไหมนักเรียนเข้าใจไหมครับที่คุณครูพูดก็คือความหมายแบบกว้างน-่ะความหมายแบบกว้างเขาก็จะพูดไปถึงว่าอาจจะเป็นภาษาที่เป็นคำพูดหรือภาษาที่ไม่ใช่คำพูดแล้วรวมไปถึงภาษาสัตว์ต่างๆแต่ว่าภาษาสัตว์เขาก็ยังไม่ได้มีข้อมูลมากมายนักนะครับก็คือเขาก็ยังไม่ได้เอามาพูดถึงแค่นั้นเองแ(ส)ต-่วนในความหมายแคบเขาพูดแค่ว่าเป็นภาษาที่ใช้พูดหรือใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสารกันอย่างเช่นคนหูหนวกก-็คือบุคคน(ล)ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินน-ี่เวลาเขาสื่อสารกันนะคร-ับเขาใช้ภาษามือใช่ไหมครับเขาใช้ภาษามือใช่ไหมนักเรียนนักเรียนคิดดูนะครับว่าการที่เขาใช้ภาษามือภาษามือมันเหมือนคำพูดไหมมันเหมือนคำพูดไหมไม่เหมือนมันคือการใช้สัญลักษณ์นะครับการใช้สัญลักษณ์ในการสื่อสารกันมันก็คือภาษาอย่างหนึ่งนั่นก็คือเป็นภาษามือที่เขาใช้ในการสื่อสารกันนักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับเข้าใจไหมเข้าใจนะโอเคเดี๋ยวเรามาดูในภาพรวมกันเลยสรุปเลยนะครับสรุปเลยว่าภาษาหมายถึงอะไรภาษาสั้นๆเลยนะครับหมายถึงว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ใช้สื่อสารเข้าใจกันแค่นิดเดียวนี่ครับนี่คือความหมายของภาษาที่สรุปได้แบบสั้นๆเลยก็คือใช้สื่อสารเข้าใจกันพอจะเข้าใจหรือยังทีนี้ว่าภาษาหมายถึงอะไรนักเรียนพอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมครับว่าภาษาหมายถึงอะไรก็คือสรุปง่ายๆภาษาหมายถึงสิ่งที่มนุษย์ใช้สื่อสารเข้าใจกันนเขียน...อ๋อโอเคเดี๋ยวอย่างไรเดี๋ยวคุณครูให้นักเรียนเขียนลงในสมุดก่อนนะครับจดลงในสมุดก่อนจดใช่ครับตรวจดลงในสมุดก่อนถ้าเสร็จแล้วบอกคุณครูนะครับต่อไปนะครับจะเป็นภาษาในความหมายในภาษากว้างนะเดี๋ยวให้นักเรียนจดลงในสมุดนะถ้านักเรียนจดเสร็จทุกอย่างแล้วเดี๋ยวคุณครูก็จะสรุปภาพรวมอีกครั้งหนึ่งเพื่อทำความเข้าใจกัของ(บ)นักเรียนเสร็จหรือยังครับโอเคเราไปดูความหมายแคบกันเลยโอเคนะครับเดี๋ยวเราไปดูภาพรวมของความหมายของภาษานะครับโอเคในเมื่อเรารู้ความหมายของภาษาแล้วนะครับเดี๋ยว...เดี๋ยวเรามาสรุปพร้อมกันอีกทีหนึ่งความหมายของภาษาที่นักเรียนเข้าใจนะครับก็คือนักเรียนนะครับนักเรียนรู้ไหมว่าทำไมคุณครูถึงให้นักเรียนจดลงในสมุดนักเรียนรู้ไหมเพราะว่าการเขียนการฝึกเขียนของนักเรียนนะครับมันจะช่วยให้นักเรียนทบทวนความจำของนักเรียนในการสื่อสารในการเขียนกับเพื่อนๆที่เขาไม่เข้าใจภาษามือถ้านักเรียนเขียนได้ถูกต้องการสื่อสารก็จะทำให้บรรลุกระบวนการไปเชิญนั่งเลยครับต่อไปนะครับเรามาดูประเภทของภาษาที่ใช้ในการสื่อสารกันว่ามันคืออะไรการสื่อสารของมนุษย์นะครับที่อยู่ร่วมกันในสังคมอาจสื่อสารกันได้หลายทางนะครับตั้งแต่การพูดให้ฟังการเขียนให้อ่านการส่งผ่านสื่อเทคโนโลยีต่างๆนะครับอันเป็นการส่งเสริมการใช้ภาษาถ้อยคำการส(ถ)-่าง(ย)ทอดสื่อสารจากไปยังผู้ส่งสารไปยังผู้รับสารนะครับการตีความจหล(า)-ักการใช้ถ้อยคำเพียงอย่างเดียวอาจไม่ชัดเจนและตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสารจึงต้องอาศัยการพิจารณาน้ำเสียงบุคลิกแววตาท่าทางและสิ่งแวดล้อมทั้งหมดที่กล่าวมานะครับก็คือไม่ว่าจะเป็น...ถ้าเราใช้คำพูดอย่างเดียวน่ะมันอาจจะสื่อสารไม่ได้ชัดเจนมันต้องอาศัยน้ำเสียงออกมาด้วยมันต้องอาศัยบุคลิกของผู้พูดผู้สื่อสารออกมาด้วยท่าทางออกมาด้วยแววตาในการสื่อสารออกมาและสิ่งแวดล้อมต่างๆในบริบทที่เขาพูดที่เขาสื่อสารออกมานี่มาประกอบกับสิ่งที่เขาสื่อสารมานะครับพอจะเข้าใจไหมพอจะเข้าใจนะโอเคถ้าอย่างนั้นนักเรียนจดจดลงในสมุดก่อนแล้วค่อย.อน(.).แล้วค่อยมาดูว่าภาษาของมนุษย์แบ่งเป็น1ประเภทคืออะไรครูเจเขียนผิดนะครับเดี๋ยวห(1)นึ่งตรงนี้เปลี่ยนเป็น2นะเดี๋ยว1ตคำ(รง)สุดท้ายนี่เปลี่ยน...เปลี่ยนเป็น2ประเภทนะครับนะโอเคคุณครูพิมพ์ผิดขอโทษทีนะครับโอเคนะครับเดี๋ยวเรามาต่อกันด้วยนะครับว่าภาษามนุษย์แบ่งเป็นกี่ประเภทนะครับก็คือประเภทที่1จะเรียกว่า"อวัจน.."(.)ประเภทที่1จะเรียกว่า"วัจนภาษา"นะครับวัจนภาษากจะ(-็)หมายถึงภาษาที่ใช้ถ้อยคำก็คือเป็นภาษาพูดส่วนข้อที่2อวัจนภาษาอวัจนภาษาก็คือภาษาที่ไม่ใช่เป็นคำพูดเป็นถ้อยคำเดี๋ยวเราจะไปดูว่าวัจนภาษาและอวัจนภาษาเป(มั)-็นมีลักษณะอย่างไรบ้างนะครับเดี๋ยวนักเรียนจดก่อนสำหรับนักเรียนที่เขียนเสร็จแล้วนะนักเรียนก็อ่านทบทวนอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ถ้าไม่เข้าใจอย่างไรก็ให้ถามคุณครูนะครับก็ถ้าสมม-ุติว่านักเรียนเขียนเสร็จเร็วก่อนเพื่อนนะถ้านักเรียนเสร็จแล้วนักเรียนก็อ่านทบทวนอีกครั้งหนึ่งแล้วก็ถ้ายังไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามคุณครูได้เลยนะครับต่อไปเรามาดูลักษณะและรูปแบบของวัจนภาษานะครับลักษณะและรูปแบบของวัจนภาษาก็คือภาษาไทยมีถ้อยคำที่แสดงความลดหลั่นชั้นเชิงของภาษาอยู่มากมายนะครับทั้งถ้อยคำสำนวนโวหารการเลือกสรรถ้อยคำจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการสื่อสารการใช้วัจนภาษาให้เหมาะสมกับกาละเทศะและบุคคลจึงเป็นเรื่องควรศึกษานักเรียนนักเรียนอย่าเพิ่งจดเดี๋ยวนักเรียนดูก่อนดูพี่ล่ามอธิบายก่อนเดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้นักเรียนฟังให้เข้าใจก่อนก่อนที่นักเรียนจะจดลงไปในสมุดนะครับก็คือสรุปเลยภาษาลักษณะของรูปแบบของวัจนภาษานี่ลักษณะรูปแบบของวัช(จ)นะภาษาก็คือเป็นถ้อยคำนะครับเป็นถ้อยคำเป็นคำพูดก็คือถ้ามันเป็นถ้อยคำและเป็นคำพูดนี่นักเรียนรู้ไหมว่าการที่เราจะพูดกับใครสักคนหนึ่งนี่เราจะต้องเลือกใช้คำพูดให้เหมาะสมกับกาละเทศะกับบุคคลคนนั้นนะครับว่าเขาอยู่ในระดับใดการที่เราจะเลือกสรรคำพูดแต่ละคำออกมาพูดโอเคนักเรียนตั้งใจหน่อยตั้งใจนะครับตั้งใจโอเคโอเคสรุปสรุปของลักษณะและรูปแบบของวัจนภาษานะเดี๋ยวคุณครูจะสรุปให้สรุปในเฟรมนี้นะครับก็คือเขาพูดถึงว่าภาษาไทยนี่มีถ้อยคำที่แสดงความลดหลั่นชั้นเชิงอยู่มากมายเลยในเวลาที่เราจะเลือกใช้คำพูดออกมาสื่อสารให้กับคนแมา(ต่)ยเละคนนีย(-่)เขาจะมีอยู่หลายระดับอย่างเช่นนักเรียนจะพูดกับเพื่อนนักเรียนก็จะใช้คำพูดในการสื่อสารอีกระดับหนึ่งถ้านักเรียนจะใช้พูดกับคุณครูพูดกับพ่อแม่นักเรียนก็ต้องใช้คำพูดอีกรูปแบบหนึ่งอย่างนี้ครับจะเป็นลักษณะที่ใช้ให้เหมาะสมกับกาละเทศะอันนี้คุณครูจะสรุปของเฟรมนี้ให้ดูนักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดนะเข้าใจไหมครับถ้าเข้าใจแล้วนักเรียนจดลงในสมุดได้เลยเสร-็จ-็จหรือยังครับเสร็จแล้วนะต่อไปเรามาดูข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษานะการใช้วัจนภาษานี่มันจะใช้อย่างไรข้อที่1นะครับข้อที่1คำที่มีความหมายเหมือนกันมี...มีที่ใช้ต่างกันการใช้คำเหล่านี้ต้องคำนึงถึงโอกาสสถานที่และสัมพันธภาพระหว่างบุคคลเช่นกินนะครับคำว่า"กิน"นักเรียนรู้ไหมว่าพระสงฆ์จะไม่ได้ใช้คำว่า"กิน"เหมือนกับคนทั่วไปนะพระสงฆ์จะใช้อีกคำหนึ่งก็คือคำว่า"ฉัน"แล-้(ะ)วก็ถ้าเป็นคนธรรมดาภาษาสุภาพภาษาสุภาพจริงๆจะไม่ใช้คำว่า"กิน"นะครับจะใช้คำว่า"รับประทาน"แต่ถ้าเป็นพระบรมวงศานุวงศ์นะครับก็จะใช้คำว่า"เสวย"แปล(ต่)ความหมายลร(-้)วม(น)ทั้งสิ้นแล้วก็หมายถึงคำว่า"กิน"แต่ใช้ภาษา(คน)ต่างระดับกันระหต(ว)-่างบุคคลกันนะครับก็คือให้ใช้ระหว่างเขาเรียกว่า"กาละเทศะ"แตกต่างกันไปสรุปก็คือข้อที่1ก็หมายถึงว่าเป็นคำที่มีความหมายเหมือนกันแต่ว่าใช้ต่างกันก็คือเป็นคำพูดนะครับอันนี้หมายถึงเป็นคำพูดนะวัจนภาษาหมายถคือคำพู(-ึง)ดการสื่อสารด้วยถ้อยคำนะครับเป็นคำพูดก็คือพูดในลักษณะคำพ(ที่)-ูดแบบว่า...ในแตกต่างระดับกันออกไปแต่มีความหมายเหมือนย-่(ก)-ัาง(น)เช่นคำว่า"กิน"นี่คำพูดธรรมดาของเราก็คือคำว่า"กิน"แต่ว่าพอใช-้กับพระสงฆ-้(-์)จะใช้คำว่า"ฉัน"แตง(-่)ถ้าใช้กับบ-ุคคน(ล)ธรรมดาแต่ใช้เป็นภาษาสุภาพแทนก็ใช้คำว่า"รับประทาน"ถเร(-้)าใช้กับพระบรมวงศานุวงศ์ก็จะใช้คำว่า"เสวย"อย่างนี้นะครับจะใช้แตกต่างกันออกไปเข้าใจไหมครับนักเรียนเข้าใจไหมข้อนี้เข้าใจแล้วจดลงเลยครับจดลงเลยต่อไปนะครับเรข้(าม)าใจ(ดู)ข้อที่2กันเลยอน-ี้ไหม(ะ)ครับถ้(ว่)าเข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษาข้อที่2คืออะไรก็คือคำที่พาใจจ(-ู)ดลงเป็นภาลย(ษา)พูดเมื่อนำคำที่พูดที่เป็นภาษาพูดมาเขียนเป็นภาษาเขียนจะเขียนไม่ตรงกับเสียงที่พูดนะครับอย่างเช่นภาษาพูดนะครับจะเขียนว่าเขาเอาขนมของฉันไปแล้วไม่คืนได้อย่างไรแต่พอเป็นภาษาเขียนนะครับนักเรียนดูนะครับว่าเขาเขียนว่าต่างกันไหมว่าอย่างเช่นคำว่าคำว่า"เคข(-้)า"นะครับกับคำว่า"เขา"มันต่างกันนะครับนักเรียนเห็นไหมครัอ้ค-ำ(บ)ว่าภาษาพูดนะครับภาษาพูดจะเขียนคำว่า"เค้า"แต่ภาษาเขียนจะเขียนคำว่า"เขา"ซึ่งมันจะไม่ตรงกันเลยเพราะฉะนั้นนี่นะครับก็คือเป็นข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษาเข้าใจไหมนักเรียนนักเรียนเข้าใจไหมครับเข้าใจข้อนี้นะก็คือเป็นคำพูดนั่นแหล-่ะแต่ว่าเมื่อนำคำพูดมาพูดมาเขียนแล้วน-่ะมันคำที่เราเม(อ)าเขียนน่ะมันจะไม่ตรงกันมันจะไม่ตรงกันกับคำที่พูดอย่างเช่นคำว่า"พูด"คำว่า"เคข(-้)า"จะสะกดไปด้วยสระเอคควายไม้โทแล้วก็ไม้เอกสระAIS(เอ)คควายไม้โทแล้วก็สระอาแต่พอมาเขียนเป็นภาษาเขียนจา(ะ)เขียนเป็นสระเอขไข่สระอะ(า)ก็คือขอไข่สระโ(เ)อานั่นแหล-่ะครับก็คือจะเขียนแตกต่างออก-ันไปอันนี้ก็คือภาษาพูดกับภาษาเขียนย่อมแตกต่างกันเวลาเราพูดเราจะใช้สีหน้าท่าทางคำพูดน้ำเสียงออกมาในลักษณะที่แบบว่าบางทีมันก็เข(พ)-ี-้ยนไปจากภาษาเขียนไปเลยวรรณยุกต์ทุกอย่างมันอาจจะเปลี่ยนไปแต่เวลาเอาเขียนเราต้องเขียนให้มันถูกต้องกคว(ต)ามหลักภาษาก็คืออย่างเช่นคำว่า"พูด"คำว่า"เคข(-้)า"อย่างนี้"เคข(-้)ารักตัวเองนะ"อะไรอย่างนี้นะครับคหร(-ำ)-ือว่า"เค้า"ก็คือคำว่า"เขา"ตรงนี้เข้าใจนะโอเคครับจดลงในสมุดได้เลยรอเรามาดูข้อสังเกตข้อที่3กันนะครับก็คือข้อที่3นะครับเป็นคำที่เป็นภาษาปากไม่นิยมนำมาเป็นภาษาเขียนเช่นภาษาปากนะครับเช่นคำว่า"เยอะแยะ"ใบขับขี่มหาล-ัยนักเรียนดูน-ัย(ะ)ครับพอเป็นภาษาปากพวกนี้อันนี้หมายถึงว่าหพว(ลั)กข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษานะถ้ามันเป็นการใช้คำพวกนี้ก็คือเป็นวัจนภาษาเลยเป็นคำทก(-ี)-่เป็นารใช้ภาษาปากที่ไม่ใช่ภาษาเขียนที่ไม่ใช่ภาษาเขียนเช่นคำว่า"เยอะแยะ"ใบขับขี่มหาลัยนี่เป็นภาษาปากธรรมดานะครับซึ่ม(ง)าเวลาที่ยวเราจะเอามาเขียนแล้าผิดนี(วน)-่ะเราจะไม่ได้เขียนแบบนี้นะครัะ(บ)อย่างเช่นคำว่า"เยอะแยะ"เวลาเราเอามาเขียนจริงๆเราต้องเขียนคำว่า"มากมาย"ส่วนภาษาปากที่เราชอบพูดกันว่าใบขับขี-่แต-่จริงๆแล้ต-่(ว)เวลาเอามาเขียนสื่อสารเรแล(าต)-้อว(ง)เขียนว่าใบอนุญาตขับขี่รถยนต์หรือใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์แล้วก็ตัวอย่างคำที่3ก็คือคำว่า"มหาลัย"นะคร-ับที่เราชอบพูดกันว่าเร-ับ(-ี)ยนมหาลัยไหนเรียนมหาลัยไหนนั่นก็คือเป็นภาษาพูดเป็นภาษาปากธรรมดาที่เราใช้ในการสื่อสารพูดกันปกติแต่จริงๆแล้วเที่(วลา)เราจะเขียนสื่อสารเราต้องเขียนคำว่า"มหาวิทยาลัย"สังเกตได้เลยว่าถ้านักเรียนเห็นคำภาษาปากเช่นคำว่า"พวก"คำว่า"เยอะแยะ"ใบขับขี่มหาลัยพวกนี-่(-้)นักเรียนรู-้ได-้เลยนะครับว่าคำพวกนี้ที่เป็นภาษาปากธรรมดานี่ก็คือเป็นวัจนภาษาซึ่งเป็นวัจนภาษาที่ใช้เป็นคำพูดเป็นถ้อยคำเข้าใจไหมเข้าใจแล้วจดลงเลยครับเรามาดูข้อที่4กันนะครับว่าข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษาข้อที่4คืออะไรก็คือการใช้สำนวนเป็นลักษณะเด่นของการสื่อสารเพื่อเปรียบเทียบให้ผู้ฟังเข้าใจได้ทันทีสำนวนเหล่านี้จะมีความหมายไม่ตรงตัวกับคำที่เขียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมนักเรียนดูพี่ล่ามก่อนนะนักเรียนอย่าเพิ่งเขียนนักเรียนดูพี่ล่ามก่อนเดี๋ยวคุณครูจะอธิบายข้อนี้ให้ฟังก็-็คือเขาบอกว่าเป็นการใช้สำนวนบอกลักษณะเด่นของการสื่อสารนะครับก็คือสำนวนที่เขาพูดกันสื่อสารกันออกมานี่นักเรียนรู้ไหมว่าเวลาเอามาเขียนแล้วนออกมา(-่ะ)ความหมายมันจะไม่ได้ตรงกับสิ่งที่เขียนนะครับอย่างเช่นคำว่า"น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง"นักเรียนเห็นคำนี้ไหมเห็นคำที่คุณครูชี้ไหมครับไม-่มีความหมายม-ันไม่ได้มีความหมายว่าน้ำท่วมทุ่งนาน้ำเยอะแยะมากมายผักบุ้งโหรงเหรงก็คือผักบุ้งมีนิดเดียวบางตาเบาบางอย่างนี้ครับมันไม่ได้หมายความว่าอย่างนี้นะแต่นักเรียนรู้ไหมว่าสำนวนนี้มันหมายถึงว่าอะไรมันหมายถึงว่าฟข-ึ้(-ัง)นมากๆเลยแต่เนื้อหาสาระน้อยคือเยอะแยะมากมายเลยการที่เราจะทำอะไรอย่างนี้แต่เนื้อหาสาระน้อยมากเลยเขาเปรียบเทียบกับแบบว่า...เขาเปรียบเทียบน-ี่น-้ำท่วมทุ่งนี่ก็คือการฟังๆการฟังฟังๆๆฟังเยอะแยะมากมายแต่ความรู-้ที่ได้สาระที่ได้น่ะก็หมาย-้และสำน(ถ)-ึงผักบุ้งโห-ึกผิดไม่(รงเ)หนา(รง)ก็คือเคว(บ)าบมร(า)-ู้เก่งก็คือความรู้ที่มันได้น้อยมากเลยนี่ครับก็คือข้อสังเกตในการใช้วัจนภาษาก็คือเป็นคำพูดพูดเป็นสำนวนออกมานะแต่ว่าไม่ได้แปลตรงตัวออก-ัมา(บ)เป็นสำนวนพูด(เขา)ถึงน้ำแต่เราหมายถึงการฟังเขาพูดถึงผักร(บ)-ุ-้งเก(แต)-่เราหมายถึงว่าสาระความรู้ที่เราได้รับนี่ครับถ้านักเรียนเห็นสำนวนพวกนี้นักเรียนรู้ได้เลยว่าเป็นวัจนภาษาโอเคนักเรียนจดลงในสมุดได้ครับเข้าใจไหมนี่เข้าใจไหมโอเคครับโอเคนะครับนักเรียนเดี๋ยวเราจะทิ้งท้ายไว้ตรงข้อที่4นะเดี๋ยวเราจะมาต่อขพ(-้)อด(ท)-ีหา(-่5)ในครั้งถัดไปแล้-ำตอบอาท-ิ(ว)ก็ก่ตย์จ-ั(อ)นท-ี่เราจ-์(ะ)ต่อในครั้งที่5ในครั้งต่อไปนะครับเดี๋ยวคุณครูจะทบทวนตั้งแต่แรกเลยว่าความหมายของภทบทวน(า)ษาคืออะไรแล้วก็เดี๋ยวจะมีใบงานให้นักเรียนทำแล้บอ(ว)ก-็ให้นักเรียนจะเรียกวล-่าเป็นเกมก็ได้เดี๋ใน(ยว)จะให้นักเรียนช่วยกันนะครับแยกระหว่างล(ว)-ักษ(จน)ณะภาษากับอวัจนภาษาเดี๋ยวจะให้นักเรียนช่วยกันในครั้งต่อไปที่เอ(ร)าจจะต้องเจอกันในห้องเรียนน-ี้นะครับผมโอเคสำหรับวันนี้เวลาก็หมดลงแล้วก็ขอขอบคุณพี่ล่ามนะครับครับขอบคุณครับ
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-08-28 13:56:23
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}