Accuracy : 81.99%
Insertion : 1244
Deletion : 3078
Substitution : 285
Correction : 22213
Reference tokens : 25576
Hypothesis tokens : 23742
(อาจารย์)หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เป็นนามประธรรมก็ได้ภายนอกถ้าหนูทำดีหนูทำงานส่งครูอย่างนี้ค่ะก็จะได้1ดาวถ้าหฯุช่วยเพื่อนก็จ3ดาวอย่างนี้ก็จะเป็นสิ่งที่กำหนดพฤติกรรมของเขาได้ว่าเขาจะตั้งใจเรียนจะช่วยเพื่อนไหมเพราะว่าเขาอยากจะได้ดาวค่ะไม่ว่าจะเป็นคะแนนเกรดฟีดแบคเราจะเห็นว่ามันเป็นข้างนอกหมดเลยมันไม่ได้เกิดจากตัวเราเราเป็นคนให้คนอื่นเป็นคนให้เราคนอื่นเป็นคนนำสิ่งนี้มากำหนดพฤติกรรมของเราอย่างนี้ค่ะอันนี้คือพฤติกรรมนิยมอย่างนี้นะคะเพราะฉะนั้นตัวล่อหรือสิ่งจูงใจภายนอกยส่วนมากแล้วมันจะเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนจับต้องได้นะหรืออาจจะเป็นสิ่งที่เป็นนามธรก็ได้คำชมยกย่องการทำแล้วได้เกียรติบัตรการเข้าอบรมการเข้าอบรมแล้วก็ได้ประกาศนียบัตรได้ลงเพจโรงเรียนอย่างนี้ค่ะก็เป็นตัวล่อที่เป็นนามประธรรมนะคะขออภัยนะอันนี้ครั้งแรกที่ครูมาสอนในห้องนี้ก็จะขร(ล)-ุกขร(ล)-ักนิดหนึ่งนะคะต่อไปเป็นมนุษยนิยมมนุษยนิยมก็จะเป็นอีกมุมหนึ่งนะคะว่าไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของสิ่งจูงใจภายนอกแล-้(ะ)วแต่เป็นสิ่งที่...เขา...ทำ...เพราะ.(ว)-่..(า)เร(ข)ามีสิ่งที่จูงใจภายในของตา...ท(-ั)วเองซึ่งมนุษยนิยมนี่ค่ะจุดเด่นของมนุษยนิยมก็คือว่าเขาจะให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ของแต่ละคนโดยที่เชื่อว่าคนแต่ละคนนี่มีความคิดของตัวเองคนแต่ละคนมีความเชื่อของตัวเองคนแต่ละคนมีความส-ำเพร(าม)าะเรา(ถ)เห(ป)-็นของตัวเองดังนั้นเราไม่ต้องไปพึ่งสิ่งเร้าภายนอกเราไม่ต้องไปพึ่งสิ่งจูงใจภายนอกเลยแต่มันเกิดจากตัวเราเองนี่ล่-่ามันด(ะ)ท-ี-่เราท-ำเพราะเราเห็นว่ามันดีเราทำเพราะว่าเรา...เห็นว่าเมื่อเราทำสิ่งนี้แล้วการ...การเป็นนักศึกษาที่ดีควรจะทำแบบนี้นะการเป็นลูกที่ดีควรจะทำแบบนี้นะการเป็นครูที่ดีเราทำอันนี้เราจะได้เรียกตัวเองได้เต็มปากว่าเราคือครูที่ดีคนหนึ-่งอย-่างน-ีะ(-้)ค-่ะมันเป็นเรื่องของภายในตัวเราทั้งนั้นเลยนะคะเพราะฉะนั้นมนุหมุษยนิยมจะเน้นส่วนบุคคลเป็นสำคัญนะคะว่าคนคนนั้นน่ะเขามีใน...ทิศทางในการเลือกเป้าหมายของตัวเองอย่างไรนะคะซึ่งมันก็มีพื้นฐานมาจากเรื่องของคก(ว)าร(ม)ต้องการภายในของแต่ละคนมนุษย์ทุกคนต้องการเหมือนกันนะคะถ้าน(เ)ก-ิดว่าเป็นสา3(ม)เหลี่ยมตรงนี้เขาเรียกว่าความต้องการของMaslow'sนะความต้องการตรงนี้ค่ะเราจะเห็นว่ามันจะเหมือนกันหมดเลยไม่ว่าจะเป็นใครหน้าไหนก็ตานไ(ม)นะคะอายุเท่าไรก็ตามก็มีความตจ-้องการแบบนี้เหมือนกันล่ะอันา(แ)รกข้างล่างสุดเราจะเห็นว่ามันจะเป็นเรื่องของPhysiologicalNeedlo(s)ก็คือเรื่องของความต้องการทางกายต่างๆการมีอาหารกินการมีน้ำดื่มการมีอากาศหายใจอย่างนี้ค่ะคือมันจะเป็นสิ่งที่จะช่วยในการดำรงชีวิตทำให้เราไม่ตายเราสามารถอยู่รอดได้อันนี้มนุษย์ทุกคนต้องการหมดไม่ว่าจะเป็นคนจนคนรวยผู้ชายผู้หญิงอะไรก็แล้วแต่ต้องการสิ่งเหล่านี้เหมือนกันหมดต้องการอาหารกินต้องการน้ำดื่มต้องการอากาศหายใจเหมือนกันนะคะลำดับที่2ถัดขึ้นมาเป็นเรื่องของSafetyNeedsSafetyNeedsนี่หมายถึงเรื่องของถ-ึ(ค)วามที่รู้สึกมั่นคงปลอดภัยว่าชีวิตเราจะไม่เป็นอันตรายเรามีบ้านอยู่เราอยู่ในสังคมที่ดีเราอยู่ใท-ี(น)สั-่ปล(ง)คอด(ม)ที่ปลอดภัยปราศจากโจรขโมยอะไรอย-่างนี้ค่ะหรือการที่เรามีเงินใช้มันก็เป็นเรื่องของSafetyNeedsเหมือนกันเพราะว่าถ้าเกิดเราไม่มีเงินใช้เราจะรู้สึกชีวิตนี้ไม่ปลอดภัยล-่ะเราจะอยูปล(-่ร)อดไหมนภ(ะ)ถ้าไม่มีเงินซื้อข้าวกินอะไรอย่างนี้ค่ะไม่มีเงินขึ้นรถเมล์มาเรียนอะไรอย่างนี้เราก็จะรู้สึกไม่ปลอดภัยล่ะนะคะดังนั้นมันก็จะเป็นลำดับที่2เมื่อมนุษย์เราเรามีอาหารกินแล้วอย่างไรก็มีกินแหล-่ะมีน้ำดื่มอย่างไรเราก็ไม่ตายล่ะเรามีอากาศหายใจอย่างไรเราก็ไม่ตายแล-่ะอย่างนี-้ค่ะเรว(า)ค่อยมานึกถึงเรื่องของความปลอดภัยว่าเราอยู่ตรงไหอ(น)เรามีบ้านอยู่หรือยังมีที่ซุกหัวนอนหรือยังมีเครื่องน-ุ่งห่มแต่งกายหรือยังอะไรอย่างนี้ค่ะแล้วก็ค่อยมานึกถึงลำดับที่3เรื่องของSocialNeedsก็คือค่อยนึกถึงคนอื่นเอาตัวเองให้รอดก่อนใช่ไหม2ขั้นแรกเป็นเรื่องของตัวเองอย่างน-ี้ค่ะขั้นที่ะคะ(3)Socialn(N)eedsนี่ก็เป็นเรื่องของคนอื่นแล-่ะเป-้ว(-็น)เรื่องของในสังคมล-่ะได้รับการยอมรับในสังคมไหมมีความรักที่ดีไหมมีเพื่อนที่ไว้ใจได้ไหมมีกลุ่มเพื่อนที่เราสบายใจในการอยู่ด้วยอะไรอย่างนี้ค่ะก็จะเป็นเรื่องของSocialNeedsอันดับที่4สูงขึ้นไปสีเขียวก็จะเป็นเรื่องของEsteemNeedsล่ะEsแล้วSaf(t)eety(m)Needsนี่เป-็นเรื่องของการมีชื่อเสีย-็น(ง)การได้รับการยอมรับจากสังคมหมู่มากสิ่งที่เราทำอยู่เราได้เรียนหนังสือได้เรียนเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีไหมดีไหมได้เรียนเข้าวิชานี้แล้วได้เกรดดีไหมอะไรอย่างนี้ค่ะได้รับรางวัลแข่งขันได้ที่1ที่2ที่3ที่4อะไรอย่างนี้ได้การยอมรับจากสังคมทั่วๆไปอันนี้เป็น...เราค่อยมานึกถึงเรื่องของสังคมหมู่มากนะคะแล้วขั้นสุดท้ายขั้นสีน้ำเงินก็คือSelf-A(a)ctualizationNeedsอันนี้เป็นเรื่องของการประสบความสำเร็จในชีวิตว่าจะได้เรียนจบจะได้มีชื่อเสียงจะได้มีการยอม...ไม่ใช่ยอมรับการที่เราเรียนจบแล้วเราสามารถดูแลตัวเองสามารถดูแลครอบครัวได้เรามีอาชีพที่มั่นคงแล้วค่อยวางรากฐานต่อไปอะไรอย่างนี้ค่ะเราจะเห็นว่าในสามเหลี่ยมนะมันจะเป็นสามเหลี่ยมแบบพีระมิดใช่ไหมคะมนุษย์ทุกคนน-่ะมีความต้องการแบบนี้ทุกคนเลยไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามนะคะแล้วไอ้สามเหลี่ยมห้5(า)ขั้นนี-่(-้)ค่ะมันจะไปทีละขั้นมันจะไม่มีการข้ามขั้นเพราะว่าเรานึกภาพว่ามันคงไม่มีมนุษย์คนไหนน่ะที-่แม้แต-่ข้าวก็ยังไม่มีกินน้ำดื่มยัง...หาน้ำดื่มสะอาดมาประทังชีวิตไม่ได้เครื่องนุ่งห่มก็ยังไม่มีเขาจะไปนึกถึงเรื่องของการได้มีชื่อเสียงในสังคมไหมเขาคงไม่นึกแล-่-้ว(ะ)ตอนนี้เอาปากท้องให้รอดก่อนตอนนี้เอาชีวิตให้รอดก่อนอย่างนี้ค่ะมันเลยเป็นที่มาว่าทุกคนน่ะต้องการเหม-ื-ั(อ)นกันแล้วไปทีละขั้นเหมือนกันทุกคนไม่มีใครข้ามขั้นเลยนะคะเพียงแต่ว่าตอนนี้คนแต่ละคนนี่อาจจะอยู่กันคนละขั้นบางคนอาจจะอยู่แค่ขั้น2เอาแค่มีที่ซุกหัวนอนก็พอแล-่-้ว(ะ)มีเงินใช้แตทุก(-่ละ)วันก็พอแล-้ว(-่ะ)อันนี้คือชีวิตของเขากับอีกคนหนึ่งเขาอาจจะ...ตอนนี้นึกถึงเรื่องของคก(ว)าร(ม)ประสบความสำเร็จมากกว่านี้มีธุรกิจที่ใหญ่โตกว่-็(า)นี้ก็ได-้อยางนี-้ค่ะเพราะเขาอยู่กันคนละขั้นอย่างนี้แต่ทุกคนมี5ขั้นเหมือนกันทั้งนั้นนะคะซึ่งไอ้5ขั้นตรงนี้ค่ะความต้องการที่เราพูดถึงเหล่านี้มันเป็นตัวขับเคลื่อนที่ทำให้มนุษย์มีแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆเพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็น5ขั้นนี้ก็ตามมันเป็นเรื่องของตัวเองทั้งนั้นเลยที่ตัวเองให้ความสำคัญกับอะไรตอนนี้ให้ความสำคัญกับการเอาชีวิตให้รอดไม่ตายอยู่ในสังคมที่อบอุ่นปลอดภัยตอนนี้ให้ความสำคัญกับการที่ได้รับการยอมรับในสังคมตอนนการ(-ี้)ให้ความสำคัญกับเรื่องของการมีเงินใช้ตอนนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องของกษ(า)รเรียนต่ออย่างนี้ค่ะมันก็เป็นความต้องการจากตัวเขาเองไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งจูงใจภายนอกอะไรเลยนะคะเพราะฉะนั้นแนวคิดมนุษยนิยมกับแนวคิดพฤติกรรมนิยมที่เราพูดกันไปอันแรกจะคนละขั้วนะมองกันคนละแบบพฤติกรรมนิยมมองจากสิ่งจูงใจภายนอกคนเราทำเพราะวเร(-่)ามีสิ่งจูงใจไงเราถึงทำแต่มนุษยนิยมเราทำเพราะว่าเรามีความต้องการของเราเองเราถึงทำอย่างนี้ค่ะคุยไก-ั(ป)นตั้งนานนะลืมขึ้นอันนี้ที่อธิบายไปแล้วนะคะอันนี้ก็เหมือนกันนะคะเมื่อกี้ไงอิ่มท้องก่อนถึงจะเรียนรู้เรื่องใช่หรือเปล่าครูก็เป็นนะที่ถ้าให-ิว..-้(.)หิวข้าวน่ะยังไม่ได้กินข้าวเลยต่อให้มาเรียนอย่างไรมาแค่ตัวน่ะแต่ใจอยู่โรงอาหารล-่ะอย่างน-ี้เพราะฉะนั้นการที่คนเราจะทำสิ่งไหนก็ตามเราต้องอิ่มท้องก่อนเราต้องอยู่รอดก่อนเราถึงจะมีสมาธิทำสิ่งอื่นอย่างนี้ค่ะทุกคนเป็นเหมือนกันนะคะอันน-ี-้(-่)คือNeedsที่เราพูดถึงนะต่อไปเป็นแนวคิดการรู้คิดนะคะการรู้คิดนะค(-ี่)ะก็จะเป็นอีกมุมหนึ่งที่พูดก(ถ)-ึง-็มาจ(ว่)ากแรงจูงใจนี่มันก็มาจากแรงจูงใจภายในเหมือนกันนะเหมือนมนุษยนิยมเมื่อกี้นะคะแต่เป็นแรงจูงใจที่มาจากการที่เราคิดแล้วคิดไตร่ตรองแล้วว่าเราจะทำสิ่งนี้มันดีหรือเปล่านะทำแล้วมันเกิดผลกระทบอย่างไรไหมนะทำแล้วมันจะดีกับชีวิตเราอย่างไรนะนี่เขาเรียกว่า"การอนุมานสาเหตุ"เราทำจะสำเร็จหรือจะล้มเหลวอย่างนี้ค่ะนี่คือการที่เราคิดวางแผนคิดด้วยการ...ด้วยการไตร่ตรองด้วยตัวของเราเองว่าเราจะทำดีหรือเราไม่ทำดีนะทำแล้วมันจะสำเรนะ(-็)จไหมทำแล้วมันจะล้มเหลวถ้ามันจะล้มเหลวนี่มันจะล้มเหลวเพราะอะไรได้บ้างแล้วทำอย่างไรจะไม-่ล้มเหลวทำอย่างไรถึงจะสำเร็จได้อะไรอย่างนี้ค่ะผ่านการคิดหมดเลยนะคะฉะนั้นมันก็เลยคนละมุมกับมนุษยนิยมเมื่อกี้ที่มนุษยนิยมมันไม่ได้พูดถึงการน(ค)-ิยม(ด)พูดถึงการที่เราขับเคลื่อนให้เรามีชีวิตต่อไปแต่การรู้คิดนี่พูดถึงการที่เรา...ทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเองนะแล้วความคิดนี-่(-้)เราคิดในการไตร่ตรองในการใช้วิจารณญาณของเราในการที่เราจะวางแผนต่อว่าจะทำอะไรดีให้มันเวิร์กให้มันสำเร็จจะทำอย่างไรดีให้มันไม-่ล้มเหลวอย่างนี้ค่ะนะคะเพราะฉะนั้นแนวคิดของการรู้คิดนี่ค่ะเขาจะเน้นความสำคัญของการกำหนดเป้าหมายว่าเราจะทำอะไรแล้วทำอย่างไรก็คือการวางแผนนะคือทำอย่างไรเพื่อให้มันไปได้ตามเป้าหมายนั้นนะคะแล้วก็ค่อยมุ่งไปสู-่(-้)เป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ก็เหมือนที่เราปาเป้าใช่หรือเปล่ายิงธนูอย่างนี้ค่ะว่านี่เราเห็นแล้วเป้าหมายของเราคืออะไรเราจะพุ่งตรงไปแบบไหนบ้างอย่างนี้คือการรู้คิดของแต่ละคนนะคะทีนี้มันก็จะมีแบบสอบถามต่างๆแหล-่ะอันนี้เราหาในอินเทอร์เน็ตได้เลยนะคะถ้าเราจะใช้เป็นเครื่องมือในการที่จะตรวจสอบตัวเองหรือจะใช้เป็นเครื่องมือในการที่จะใช้ในการเรียนการสอนรู้จักร(น)-ักเรียนของเราเราก็จะได้วางแผนการสอนได้อย่างนี้ค่ะมันก็จะมีเรื่องของแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ก็เป็นแรงจูงใจที่เราอยากจะสำเร็จนั่นแหล-่ะนะคะคนแต่ละคนก็จะมีแรงจูงใจที่อยากจะสำเร็จในเรื่องของการเรียนแตกต่างกันบางคนมีมากบางคนมีน้อยอย่างนี้ค่ะมันก็จะมีแบบทดสอบให้นะเดี๋ยวครูจะเอาแบบทดสอบมาให้ดูนะคะเดี๋ยวขอไปเนื้อหาให้จบก่อนนะคะอันนี้คือลักษณะของคนที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูงเขาจะมีลักษณะแบบนี้นะมีความรับผิดชอบมีการวางมาตรฐานของตัวเองต้องทำอันนี้ถึงจะดีนะคะมีการทำงานอย่างมีเป้าหมายมีวัตถุประสงค์คือไม่ทำส่งๆไม่ทำไปเรื่อยอย-่างนี้ทำเพราะว่าเรามีวัตถุประสงค์ที่อยากจะทำเพราะอะไรมีความพยายามมีความอดทนมีการวางแผนระยะยาววางแผนระยะยาวคือไม่ใช่แค่ว่าทำให้มันเสร็จวันนี้แต่คือการมอง...มองทางกว้างนะมองทางไกลอย่างนี้อีก1ปีข้างหน้าจะอย่างไรอีก3ปีข้างหน้าจะอย่างไรอีก5ปีจะอย่างไรอย่างน-ีะ(-้)ค-่ะเพื่อให้เรามีทิศทางนะคะที่จะไปสู่เป้าหมายนั้นได้ชัดเจนมากขึ้นนะคะเป็นคนที่ชอบแข่งขันมีความทะเยอทะยานสูงสูงมีความมุมานะในตัวเองสูงมีการที่ปรับปรุงตัวเองตลอดเวลาอย่างน-ีะ(-้)ค-่ะสิ่งเหล่านี้มันคือลักษณะของคนที่มีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูงคือแรงจูงใจที่อยากจะทำอะไรสำเร็จเพราะฉะนั้นมันก็จะเป็น...ลักษณะของคนที่ทำอะไรได้สำเร็จตามที่ตัวเองตั้งใจเขาจะมีลักษณะแบบนี้อย่างนี-่(-้)ค่ะเพราะฉะนั้นแบบวัดแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูงที่พูดถึง...แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ที่ส(พ)-ูดถึงท(น)-ี้ค่ะมันก็จ-ี-่(ะ)ช่วยทำให้เราเห็นตัวเองว่าแล้วเราล่ะเรามีแรงจูงใจมาก-น้อยแค่ไหนถ้ามันมีน้อยเกินไปเหมแ(-ื)อบบ(น)ที่บอกว่ามันเป็นหางเสือใช่ไหมคะมีน้อยเกินไปไอ้เรือของเรานี่มันก็จะ(คง)ใช้เวลานานมากเลยน่ะกว่าจะแล่นไปถึงเป้าหมายเราควรจะปรับตัวเองอย่างไรเราควรจะทำตัวเองให้ดีขึ้นอย่างไรเราควรจะมี...ทำให้ตัวเองให้เป็นคนที่มีลักษณะแบบนี้ให้มากขึ้นเพื่อที่ว่าไอ้เรือลำนั้นของเรานี่มันจะได้ใช้เวลาน้อยลงในกเพื-่อ(าร)ที่จะไปสู่เป้าหมายแทนที่จะใช้เวลา5ปีค่อยย(ร)-่นระยะเวลาเป็น4ปีได้ไหมอะไรไอย่างนี้ค่ะมันก็จะทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายได้ดีมากขึ้นนะคะถ้าเรามีแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์สูงนะคะต่อไปเป็นแนแวคิดทางสังคมแนวคิดทางสังคมนี่ก็คือให้ความสำคัญกใน(-ับ)เรื่องของสังคมก็คือการมีปฎ(ฏ)-ิสัมพันธ-์กับคนอื่นในการที่เราต้องเกี่ยวข้องกับคนอื่นนี่แหล-่ะแสดงว่าไอ้แรงจูงใจที่เรามีนี่ค่ะมันเกี่ยวเนื่องกับคนอื่นเกี่ยวเนื่องจาก-ับการที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นเราจะทำหรือเราจะไม่ทำอะไรนี่ขึ้นอยู่กับว่าเราทำแล้วคนอื่นเขาจะว่าอย่างไรเราทำแล้วคนอื่นเขาจะดีใจกับเราไหมเราทำแล้วพ่อแม่จะภูมิใจไหมเราทำแล้วแฟนเราจะเห็นด้วยไหมอย่างนี้ค่ะแสดงว่าแนวคิดทางสังคมนี่มันไม่ได้เกี่ยวกับตัวเราแล-่-้ว(ะ)เกี่ยวกับคนอื่นเกี่ยวกับ...ไม่ใช่สิ่งอื่นนะเกี่ยวกับคนอื่นเกี่ยวกับคนในชีวิตเราที่เราให้ความสำคัญกับพ่อแม่กับพี่น้องกับอาจารย์กับเพื่อนกับแฟนกับเพื่อนสนิทอะไรอย่างนี้ค่ะคนเหล่านี้ค่ะจะมีผลมีส-่วนส-ำคัญมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เราตัดสินใจทำพฤติกรรมอะไรก็ตามนะคะแนวคิดทางสังคมเขาก็ให้ความสำคัญเรื่องของแรงจูงใจเหมือนกันแต่เรียกว่า"แรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์"เป็นเรื่องที่เราอยากจะเป็นที่ยอมรับของคนอื่นเป็น...ให้ความสำคัญกับคนสำคัญในชีวิตของเราที่เขาจะชอบหรือไม่ชอบสิ่งที่เราทำอย่างนี้ค่ะเขาเรียกว่า"แรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์"นะคะเพราะฉะนั้นอันนี้จะแสรดง(-ุป)ให้เห็นว่า4แนวคิดที่เราพูดถึงนี่เขาให้ความสำคัญแตกต่างกันพฤติกรรมนิยมให้เรื่องของอิทธิพลภายนอกเป็นส-ิ่งส-ำคัญก็คือเรื่องขอเป็น(ง)สิ่งเร้าหรือตัวล่อนะคะมนุษยนิยมให้ความสำคัญในเรื่องความงอกงามของต-ั(น)วเองเราทำเพราะเราต้องการ...ต้องการเติมเต็มอะไรบางอย่างในตัวของเราเองแตคว(-่ก)าม(ร)รู้คิดให้ความสำคัญเรื่องของการคิดการวางแผนเป้าหมายการวางแผนในชีวิตเราทำเพราะว่าเรามีเป้าหมายของเราเองเราวางแผนแบบนี้เราก็เลยทำแบบนี้อย่างน-ีะ(-้)ค-่ะส่วนสังคมนี่ให้ความ...ความสำคัญกับเรื่องของสัมพันธภาพกของ(-ับ)คนอื่นคนอื่นในที่นี้คือคนที่มีความหมายของเราน่ะณเวลานั้นอาจจะเป็นพ่อแม่ณเวลาหนึ่งอีกเวลาหนึ่งอาจจะเป็นเพื่อนณตอนนี้อาจจะเป็นคุณครูตอนนี้เป็นแฟนอย่างนี้ค่ะขึ้นอยู่กับว่าในช่วงชีวิตนั้นน่ะใครมีความสำคัญกับชีวิตเขาเขาก็เลยอยากจะสร้างสัมพันธภาพกับคนนั้นทให้(-ี่)ด-ีอย่างน-ี-้ค่ะทำเพราะท-ำ(ว)-่าให้คนนั้นเขาพอใจทำเพราะว่าให้คนนั้นเขาเห็นด้วยในสิ่งที่เราจะทำอย่างนี้ค่ะ4แนวคิดคนละแบบเลยนะคะหัวข้อที่2ก็คือเรื่องของกระบวนการที่จะไปสู่ความสำเร็จนั้นได้นะคะก็คือว่ามันมีอยู่2องา(-ั)นต้องพูดถึงเ(ป)ระเ-ื่อง(ภท)ของแรงจูงใจก่อนนะมันจะมีแรงจูงใจภายในกับแรงจูงใจภายนอกเมื่อกี้ได้พูดถึงไปแล้วบาวงส่วนนะคะแรงจูงใจภายในก็มาจากตัวเองน่ะมีความต้องการอะไรมีความอยากรู้อยากเห็นอะไรมีความสนใจในเรื่องไหนเราก็ทำเพราะไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่นเกี่ยวกับตัวเราล้วนๆเลยแต่แรง...การจูงใจภายนอกก็คือเกิดจากข้างนอกมากระตุ้อ(น)เกิดจากสิ่งเร้าใช่หรือเปล่าเกิดจากตัวล่อที่มากระตุ้นหรืออาจจะเกิดจากบุคคลอื่นที่ม-ี(า)กระตุ้นอย่างนี้ก็ได้อย่างนี้ค่ะเขาเรียกว่า"กแ(า)รงจูงใจภายนอก"นะคะฉะนั้นในฐานะของครูแรงจูงใจภายนอกของเราที่เราจะกระตุ้นให้กับลูกศิษย์ของเราได้มันก็เป็นเรื่องของบุคลิกภาพนะที่เด็กเห็นใช่ไหมคุณครูคนนี้เป็นคนที่ใจดีครูคนนี้เป็นคนที่สวยครูคนนี้เป็นคนที่เราเล่นด้วยได้อะไรอย่างนี้ค่ะเป็นบุคคลิกภาพของครูที่ส่งผลกับสิ่งที่เขาจะทำที(ใช)-่ไหมส่งผลตก-ับ(-่อ)การเรียนรู้ที่ดีของเด็กเกิดความประทับใจเกิดความอยากจะเรียนกับคุณครูอย่างนี้ค่ะแล้วก็อาจจะเป็นเรื่องของความสำเร็จใขอ(น)งการทำงานก็ได้เด็กทำแล้วก็ได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นเด็กทำแล้วได้รับคำชมได้รับเสียงปรบมือจากเพื่อนร่วมห้องได้รับการยอมรับอย่างนี้ค่ะมันก็จะเป็นกแ(า)รงจูงใจภายนอกที่ช่วยกระตุ้นให้เขาทำได้นะคะอันเมื่อกี้พูดถึงแรงจูงใจภายนอกภาแรง(ย)จูงใจ(น)ที่เราพูดถึงนะคะสรุปแล้วถ้าเป็นเรื่องของแนวคิดเมื่อกี้ใช่หรือเปล่าถ้าเป็นเรื่องแรงจูงใจภายในก็เป็นเรื่องของมนุษยนิยมกับการรู้คิดท(ล)-ั-้ง(ว)น-ั(ๆ)-้นเลยนะคะส่วนแรงจูงคะ(ใ)จภายนอกก็เป็นเรื่องของอิทธิพลภายนอกนของ(ะ)รางวัลการลงโทษก็เป็นพฤติกรรมนิยมอย่างนี้ค่ะเพราะฉะนั้นสิ่งที่จะกระตุ้นแรงจูงใจภายในได้นะคะก็คือ1.ตัดสินใจแล้วก็เลือกด้วยตัวเองแสดงว่าผู้เรียนนี่จะมีโอกาสในการเลือกมากกว่าถูกควบคุมถูกหรือเปล่ามันไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งเร้าภายนอกแล-้ว(-่ะ)ไม่ได้เกี่ยวกับการจูงใจภายนอกอะไรล-่ะตัวเขาเองน่ะเขาต้องรู้สึกว่าเขามีโอกาสที่จะเลือกเขาทำ...ทำอะไรได้ทำอะไรไม่ได้อันนี้เขา...มันต้องเกิดจากตัวเขาเองแต่ไม่ได้เกิดจากการที่ถูกบังคับถูกควบคุมให้ทำหรือถูกสั่งให้ทำอย่างนี้ค่ะส่วนที่2คือประสบการณ์ที่ดีและความไหลลื่นแปลว่าอะไรนะประสบการณ์ที่ดีและความไหลลื่นในที่นี้แปลว่าทำแล้วเขาสนุกทำแล้วดเขามีความสุขวาดรูปนี่วาดรูปแล้วมีความสุขมากเลยฟังเพลงแล้วโอ๊ยHappyมีการนึกถึงสิ่งต่างๆเกิดกำลังใจรู้สึกห(ฮ)-ึกเหิมอย่างนี้ค่ะอันนี้เขาเรียกว่า"ความไหลลื่น"ฉะนั้นอะไรก็ตามที่ทำแล้วมันมีความไหลลื่นที่ดีหมายถึงทำแล้วสนุกทำแล้วมีความสุขทำแล้วเกิดกำลังใจทำให(แล)-้วมเก-ิ(-ี)ดประสบการณ์มากขึ้นอะไรอย่างนี้ค่ะเขาก็จะทำเพราะเขารู้สึกด-ีอย่างน-ี-้อันนี้คือความลื่นไหลนะคะอันที่3คือความสนใจทำแล้วเรารู้สึกสนใจสนใจแล(ใน)-้วที-่นี้ทำแล้วมันมีสมาธิน่ะทำแล้วมันรู้สึกตัวเองสงบทำแล้วมันไม่ต้องวุ่นวายกับคนภายนอกอย่างนี้ค่ะเราก็จะทำต่ออันที่4คือการรู้คิดและคก(ว)ามรับผิดชอบต่อต-ั(น)วเองหมายถึงว่าเรารู้ว่าเราทำสิ่งนี้แล้วน่ะมันจะมีผลดีกับชีวิตเรลย(า)อย่างไรถ้าเราอ่านหนังสือแล้วมันจะทำให้เราฉลาดขึ้นอย่างนี้ตั้งใจทำงานมันจะทำให้เรามีมีคะแนนมากๆอย-่า-่งนี้ค่ะนี่มันเกิดจากการรู้คิดแล-้(ะ)รับ..วเรา(.)รับผิดชอบกับสิ่งที่เราทำนะคะทำให้เรามีความพยายามทำให้เรามีความตั้งใจมากขึ้นนะคะ4อันนี้มันยก็เป็นเรื่องของแรงจูงใจภายในที่เกิดจาก(...)ที่เกิดจากตัวเราเองนะคะอันนี้จะเป็นความไหลลื่นที่พูดถึงเมื่อกี้นะคะทำแล้วสนุกก็จะทำต่อทำแล้วน่าเบื่อเราก็ไม่ทำใช่ไหมคะทำแล้วมันไม่น่าสนใจเราก็เลิกทำแล้วยิ่งทำแล้ว...ทำแล้วเราวิตกกังวลมากกว่าเดิมเราก็จะไม่ทำอย่างนี้ค่ะฉะนั้นตรงนี้ถ้าแยกก็คือว่าถ้าเกิดว่าสิ่งนั้นน-่ะมันมีความท้าทายท้าทายให้เราทำแล้วเราก็รับรู้ว่าเราก็มีความสามารถนะเราก็เก่งพอที่จะทำได้เหมือนกันเราก็รู้สึกท้าทายแล้วก็อยากจะลองทำดูสิอยากจะลงมือทำดูสิอย่างนี้ค่ะแต่ถ้าเกิดว่าสิ่งนั้นมันไม่ค่อน(ย)ท้าทายอย่างเช่นเราเคยเรียนมาแล้วน่ะ1บว+(ก)1เท่ากั=(บ)2น่ะโตป่านนี-้แล-้วใครก็ต้องรู้สิว่า1+1=2เท่ากับ22+2=4อเท(ย)-่าก(ง)นี-ับ4(-้)มันไม่ท้าทายสำหรับเราแล้วมัน.-่ะ(..)มันเบเ(ๆ)บมันง่ายเกินไปอย่างนี้ค่ะมันก็ทำให้ผู้เรียนเกิดความน่าเบื่อก็ฉันรู้แล้วน่ะฉันเคยดูมาแล้วน่ะฉันเคยเห็นมาแล้วมันก็จะน่าเบื่ออย่างนี้ค่ะแต่ถ้าเกิดว่าสิ่งนั้นก็มีความท้าทายต่ำนะแต่ผู้เรียนเขาก็ไม่ได้มีความเก่งมากพอเขาก็มีทักษะต่ำเหมือนกันอย่างนี้ค่ะมันก็จะยิ่งทำให้ตัวเขาไงตัวเขามีทักษะที่ต่ำแต(ใช)-่หให้มันท้าทายหรือเไม(ปล)-่ท้าทายก็ตามเพราะฉะนั้นต่อให้มันมีความท้าทายหรือไม่ท้าทายอะไรก็ตามก็ไม่อยากเรียมถ้า(น)น่ะฉันไม่สนใจอยู่แล้วแต่ถ้าเกิดว่าสิ่งนั้นมีความท้าทายสูงแต่ว่าคนที่ทำน่ะมีทักษะต่ำคือไม่เก่า(ง)น่ะไม่...ไม่รู้สิ่งนั้นอย่างนี้ก็จะเกิดความเครียดเกิดความวิตกกังวลง่ายอย่างเช่นว่าจะให้ไปสอนเรื่องCalculusอย่งแคลค(า)งน-ูล-ัส(-ี้)มันท้าทายมากเลยนะCalแคลค(c)ul-ูล-ัส(us)มันยากแกว(ต)-่เราไม-่เคยเราก-่(-ี)ยนCalculusเอน(ล)ยฉันเรียนแล้วยังไม่เข้าใจเลยน่ะเรียนมา5รอบแล้วยังไม่เข้าใจเลยจะไปสอนคนอื่นได้อย่างไรนะอย่างนี้เกิดงน(ค)วามเครียะ(ด)เกิดความวิตกกังวลแล-้ว(-่ะ)ว่าจะไปสอนได้ไหมน่ะเขาจะเข้าใจในสิ่งที่เราพูดไหมน่ะนี่คือความวิตกกังวลนะคะเพราะฉะนั้นความไหลลื่นที่พูดถึงนี่มันก็จะมีทั้งความไหลลื่นที่ไปฉิ-่วเลยใช่ไหมคว(อย)ากทม(-ำ)สนุกที่แล(ได)-้ทว(-ำ)มันท้าทายนะมันน่าเล่นน-่ะมันน่าตื่นเต้นนะอย่างนี้ค่ะความไหลลื่นมันก็จะเป็นความไหลลื่นที่มากขึ้นใช่ไหมคะแต่ถ้าเกิดว่ามีความน่าเบื่อมีความไม่สนใจที่จะทำมีความวิตกกังวลนี-่แสดงว่าความไหลลื-่นมันก็มีน้อยอย่างนี้ค่ะมันก็เป็นส่วนที่จะทำให้คนเกิดแรงจูงใจในการทท-ี่จะทำหรือไม่ทำในการเรียนนะคะอันนี้นะอันนี้เราพูดถึงไปแล้วนะคะว่าถ้าเราสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษเราสนใจเรื่องนั้นมากๆอยากจะทำมากๆอย่าวงนี้เราก็จะมีความตั้งใจใส่ใจทำอยู่แล้วต่อให้เราไม่เคยทำก็ตามต่อให้มันยากก็ตามต่อให้มันเป็นสิ่งใหม่ก็ตามแต่ม-ันน่าสนใจน่ะมันพิเศษสำหรับเราน่ะถ้าเราทำได้เราจะเจ๋งมากเลยอย-่างนี-่(-้)ค่ะมันก็(จะ)ทำให้เราใส่ใจที่จะลงมือทำใส่ใจที่จะ...ที่จะตัดสินใจที่จะตั้งใจทำมันนะคะอันนี้มัน(เขา)เรียกว่า"ความรับผิดชอบต่อตัวเอง"นะคะทีนี้โรงเรียนน่ะค่ะมักจะใช้แรงจูงใจภายนอกเป็นตัวสำคัญในการเสริมแรงเราจะเห็นนะในยุคหลังๆนี่จะเยอะมากเลยนะว่าใครที่สอบติดแพทย์โอ้โหมีป้ายติดหน้าโรงเรียนเลยเด็กชายตะวัน...เด็กชายตะวันฉายได้สอบติดแพทย์อย่างนี้ค่ะขึ้นเลยนะคะชื่ออะไรหน้าตาแบบนี้เร-ีย-ื่อ(น)งจบชั้นไหนอย่างนี้ค่ะอันนี้คือแรงจูงใจภายนอกที่มันจะทำให้...ถามว่ามีข้อดีไหมมันก็มีข้อดีตรงที่ว่ามันเป็(คือ)นการเสริมแรงใช่ไหมคะเขาก็รู้สึกว่าภาคภูมิใจได้รับการชื่นชมอย่างนี้ค่ะแต่ข้อเสียมันก็อาจเกิดขึ้นได้ว่ามันเกิดการเปรียบเทียบแล้วถ้าเราไม่ได้สอบติดแพทย์น่ะเราสอบ...เราสอบติดครุศาสตร์เราไม่เก่งหรือนะคนเปร-ี(-็)ยนแพทย์เท่านั้นเหรอถึงจะได้ขึ้นป้ายหน้าโรงเรียนเราสอบติดค-ุรุศาสตร์มหาวิทยาลัย-ีราชภ-ัฏไม่ได้รับการชื่นชมเหร-ือเราไม่เก่งใช่วะ(ไห)มอย่า-ั(ง)น-ี้คจ(-่)ะเกิดการเปรียบเทียบขึ้นได้นะคะเพราะฉะนั้นการทำแบบนี้ค่ะมันเลยเป็นสิ่งที่ต้องระวังเหมือนกันการที่เราจะชื่นชมใครสักคนหนึ่งแม้แต่ในห้องเรียนเราก็ตามอย่างนี้ค่ะเก่งมากเลยตอบคำถามถูกด้วยอะไรอย่างนี้แล้วคนอื่นที่เขาตอบไม่ถูกล(น)-่ะไม่เก่งเหรอเกิดการเปรียบเทียบแล-้ว(-่ะ)เขาก็รู้สึกว่าน้อยเนื้อต่ำใจแล้วเราไม่เก่งพออะไรอย่างนี้ก่อนหน้านี้ถามว(ม)-่า5คนไม่มีใครตอบได้เลยพอถามคนที่6คนที่6ตอบได้โอ้ปรบมือให้คนที่6หน่อยอ้าวแล้ว5...5คนก่อนหน้าก่อนห(-ั)น-้าน-ั้นล-่ะไม่ได้รับการชื่นชมไม่ได้รับการขอบคุณไม่ได้รับการเห็นว่าเขาพยายามแล้วอะไรอย่างนี้ค่ะมันก็ส่งผลต่อความรู้สึกเขาได้เหมือนกันนะคะเพราะฉะนั้นเรื่องของแรงจูงใจภายนอกถ้าเราจะใช้นี่ให้นึกถึงผลกระทบที่มันจะเกิดขึ้นด้วยนะคะเหมห-ือนกันเหมือนที่เมื่อกี้ในรูปที่มีแคร์รอตใช่ไหมมีแคร์รอตห้อยอยู่ใช(อย)-่างนี้คไหม(-่ะ)เราก็ต้องวิ่งตามๆวิ่งตามวิ่งตามแคร-์รอตเพราะว่าเราอยากจะได้แคร์รอตนั้เรา(น)อยากจะได้เงินก้อนนั้นอย่างนี้ถ้าเกิดว่าไอ้คนที่มันวิ่งตามๆวิ่งตามแล้วก็ทำเพื่อที่จะได้แคร์รอตทำเพื่อที่จะให้ได้เงินที่เร(ข)าต้องการแไอ(ล)-้วคนที่เหลือที่มันวิ่งตามไม่ทันน่ะอย่างนี้มันก็จะเกิดผลเสียต่อคนที่เหลือได้อย่างนี้ค่ะมันก็จะเป็นอีกมุมหนึ่งที่จะต้องนึกถ-ุ(-ึ)งด้วยเหมือนกันนะคะเพราะฉะนั้นในห้องเรียนของเรานะคะให้เป็นครูเราสามารถลดผลกระทบได้ไหมลดได้ก็คือว่าพยายามลดการแข่งขันเพื่อให-้ได-้มากที่สุดนะคะต่อให้เขาทำไม่ได้ต่อให้เขาตอบไม่ได้เราก็ชมเขาแต่เราไม่ไใช่(ด้)ชมแบบไม่จริงใจนะแต่เราชมในสิ่งที่เขาพยายามทำเพราะฉะนั้นการให้รางวัลการเสริมแรงอย่างนี-่(-้)ค่ะคือเราไม่ได้ให้รางวัลหรือเสริมแรงในสิ่งที่เขาทำให้ได้ดีแต่เราให้รางวัลให้ความ...การเสริมแรงในสิ่งที่เขาตั้งใจทำในสิ่งที่เขาพยายามทำแม้เขาจะทำได้ไม่ดีก็ตามอันนี้คือ...คือข้อดีที่เขากำลังโชว์ให้เราเห็นว่าเขาได้พยายามแล้วเขาได้ตั้งใจแล้วเพียงแต่ทำไม่ได้แค่นั้นเองอย่างนี้เพราะฉะนั้นการลดการแข่งขันการสร-้าง...สร้างความเป็นกันเองฝ(ใ)นห้องเรียนนี่ค่ะเลยเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าสิ่งที่เราจะสอนเขาด้วยซ้ำนะคะถ้าเกิดว่าบรรยากาศถ้าพูดถึงบนน(รร)ยากาศนะบรรยากม-ัน(าศ)ยังไม่มีความเป็นกันเองมันยังมีการแข่งขันมีการเปรียบเทียบแต่อให้สิ่งที่เราสอนม-ัา(น)ดีแค่ไหนก็ตามอต่ให้เนื้อหาที่เราสอนมเรา(-ัน)เตรียมมาดีแค่ไหนก็ตามมันเจ๋งแค่ไหนก็ตามนักเรียนก็จะไม่รับแล-้ว(-่ะ)เพราะรู้สึกว่ามันไม่น่าอยู่มันไม่โอเคครูคนนี้มีพฤติกรรมที่2มาตรฐานอย่างนี้น่ะค่ะมันก็จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของเด็กได้นะคะพูดถึงเมื่อกี้นะพูดถึงเรื่องการรู้คิดใช่ไหมคะที่มีความ...ที่คนเราจะมีความสามารถในการคิดเองคือเรียก...มีการค(น)-ึ-ิด(ก)ถึงสาเหตุที่ไเกิดขึ้นที่ได้เกิดขึ้นอันะคะ(นี้)เรียกว่า"การอนุมานสาเหตุ"นะคะก็คือการมุ่งหาสาเหตุของ...ของสิ่งนั้นเดี๋ยวก่อนนะอันนี้มันบังไม่ได้การมุ่งหาสาเหตุของสิ่งที่เราจะทำนะคะว่าเราทำแล้ว...เพราะอะไรทำแล้วมันจะเกิดผลกระทบอย่าะ(ง)ไรอย่-ัน(าง)นี้เขาเรียกว่า"การอนุมานถึงสาเหตุ"ที่มันจะเกิดขึ้นที่มันจะคเกิดขึ้นนะคะอันนี้คำถามง่ายๆนะไม่ถามพวด(ก)เราแล-้(ะ)วอันนี้คือการอนุมานสาเหตุคำถามเช่นว่าตอนที่เราสอบMidtมคือน(e)rmท-ี่ผ่านไปเราได้คะแนนน้อยเพราะอะไรนะไม่ต้องตอบนะทุกคนตอบตัวเองไม่ได้ต้องตอบครูนึกถึง...เราได้คะแนนMidtermสอบไปมันได้น้อยเพราะอะไรนะอ่านหนังสือไม่พอหรือไม่ได้อ่านหรือไปนั่งเดาในห้องสอบหรือทำไม่ทันเวลามันนหร(-้)-ือยอะไรอย่างนี้อันนี้คือการอนุมานสาเหตุคือหาสาเหตุว่ามันเกิดจากอะไรพอเราหาสาเหตุได้แล้วนี่ค่ะเราก็จะได้รู้ว่าเราจะควบคุมจัดการมันอย่างไรให้มันดีขึ้นเปลี่ยนแปลงอย่างไรให้มันดีขึ้นกว่าเดิมอย่างนี้ค่ะอันน-ี-้(-่)คือการอนุมานสาเหตุนะถ้าเกิดว่าสมมุติเราตีเป็นตารางอย่างนี้ค่ะการอนุมานสสาเหต-ุก็คือาจารย์รู้ว่าสาเหตุตรงนั้นน่ะมันอยู่ที่ภายนอกภายในล(น)-่ะที่มันทำให้เราได้คะแนนน้อยสอบได้ไม่ดีแล้วเราจะเปลี่ยนแปลงไหมหรือเราจะยังทำเหมือนเดิมต่อไปก็คือแล้วเราจะควบคุมและจัดการมันได้ไหมเราจะควบคุมและจัดการมันอย่างไรเราจะทำอย่างไรบ้างเพื่อให้มันดีขึ้นอย่างนี้ค่ะอันนี้เรียกว่า"การอนุมานสาเหตุ"นะคะเพราะฉะนั้นงานชิ้นแรกที่ครูจะโพสต์ไว้ในClassroomให้กับเรานะก็คือเรื่องนี้เลยค่ะให้...ชวนให้เราไปอนุมานสาเหตุของตัวเองว่าคะแนนMidtermของเราได้น้อยเพราะอะไรอันนี้คือคำถามโจทย์คะแนนMidtermของเราได้น้อยเพราะอะไรครูจะให้เราอนุมานสาเหตุของตัวเองโดยการตีตารางแบบนี้3ช่องนะคะดูสิว่าสาเหตุที่พูดถึงนี่มันอยู่ภายในหรือภายนอกภายในมันเกิดจากตัวเราเองภายนอกมันเกิดจากสิ่งอื่นตัวเราเองคืออะไรถ้าเป็นเกิดจากสิ่งอื่นเกิดจากอะไรอย่างนี้ค่ะช่องที่2คือเราจะทำเหมือนเดิมไหมหรือเราจะเปลี่ยนแปลงช่องที่3คือแล้วเราจะควบคุมจัดการอย่างไรจะควบคุมจัดการได้ไหมเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรจะทำวิธีไหนเพื่อให้มันดีขึ้นกว่าเดิมอย่างนี้ค่ะนี่คือโจทย์นะคะเพราะฉะนั้นการที่เราอนุมานสาเหตุนี่ค่ะมันก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราสามารถรับรู้ความสามารถของตัวเองได้ว่าเรามีความสามารถมาก-น้อยแค่ไหนถ้าเราเห็นว่าเออว่ะจริงๆสาเหตไ(-ุ)มันเกิดจากสาเหต-ุต-ัวเอราเองที่เราเตรอง(-ี)ยมตัวมาไม่ดีพอสม-ุมตินะเราจะได้เห็นว่ะ(า)จริงๆเรามีความสามารถมากกว่านั้นนะที่เราจะปรับปรุงมันให้ดีขึ้นอันนี้คือการรับรู้ความสามารถของตัวเองว่าเรามีมากหรือมีน้อยในการทำสิ่งนั้นนะคะฉันทำได้ฉันทำไม่ได้อย่างนี้ค่ะคือเรื่องของการรับรู้ความสามารถของตัวเองนะคะต่อไปคือการตั้งเป้าหมายอันนี้คือการรู้คิดแล้วนะการรู้คิดที่เราพูดถึงนะคะการตั้งเป้าหมายการวางแผนและก็การควบคุมตัวเองนะคะการที่เราจะตั้งเป้าหมายทนะคะว่าเราจะท-ำสิ่งอะไรก็ตามนี่เราควรจะตั้งเป้าหมายให้มันเฉพาะเจาะจงให้มันชัดเจนไปเลยว่าเราจะมุ่งไปไหนแล้วการตั้งเป้าหมายใหที-่(-้)ดีก็คือว่าในกคว(า)รจะวางแผนนั้นน่ะควรจะวางแผนในระยะใกล้ๆก่อนนะคะเพื่อที่มันจะได้เป็นจริงน่ะไม่ใช่ว่าหนูอยากจะเรียนได้เกรดAสมม-ุติวิชานี้นะหนูอยากจะเรียนได้เกรดAอย่างนี้น(ค)-่ะแต่หนูไปวางแผนว่าเดี๋ยวอีก2ปีเราจะทำอะไรบอย(-้)-่างอีก2ปีค่อยมาลงเรียนใหม่อีก2ปีค่อยมาตัล(-้)งใจเรียนอีกทีหนึ่งอย่างนี้อันนี้มันไกลไปฉะนั้นเราอยากจะได้เกรดAวิชานี้ระยะเวลาของเราก็มีครึ่งเทอมที่เหลือใช่ไหมคะว่าเราจะทำอย่าะ(ง)ไรบ้างอันนี้คือการที่มีระยะเวลาที่ใกล้ที่เหมาะสมกับสิ่งที่เราวางแผนเป็นสิ่งที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้นะคะฉะนั้นข้อที่2ไอ้เมื่อกี้ข้อแรง(ก)อันนี้ข้อที่2ก็คือว่าอยากจะให้เรามาตั้งเป้าหมายในชีวิตของเราซึ่งในระยะ...ในระยะ1ปีนี้แล้วกันในระยะ...ไม่ใช่1ปีในระยะที่เหลือก่อนสิ้นปีก่อนถึงธันวาคมนี-่(-้)ค่ะเรามีเป้าหมายในชีวิตเราอะไรเอาแค่อย่างเดียวก็พอนะคะหลักSmartที่พูดถึงนี-่(-้)ค่ะS-M-A-R-Tนี่SmartSแรกก็คือมันจะต้องSpecificก็คือเป้าหมายนั้นจะต้องมีความเฉพาะเจาะจงว่าอะไรคืออะไรให้มันชัดเจนไปเลยอย่างเมื่อกี้ที่ครูพ(บ)อ-ูด(ก)วิชานี-้อยากจะได-้Aนี่คือการเฉพาะ...เฉพาะเจาะจงใช่ไหมคะว่าวิชาจิตวิทยาสำหรับครูเราจะต้องเอาAให้ได้อันนี้คือเจาะจงกันไปเลยว่าคืออะไรไม่ใช่พูดกว้างๆนะคะMก็คือแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า...ว่าเราสำเร็จแล้วอยากจะได้เกรดAวิชานี้เราจะรู้ได้อย่างไรรู้จากคะแนนเกรดAคือ80ขึ้นไปอย่างนี้ค่ะสามารถวัดได้75คือB+70คือBอย่างนี้ค่ะอันนี้คือเกณฑ์ที่เขามีใช่ไหมแสดงว่ามันสามารถวัดได้จากคะแนนที่เรามีคะแนนเก็บเรามีเท่าไรเราขาดอีกเท่าไรอย่างนี้ค่ะคือสามารถวัดได้Aคือ...Aคือมันสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ไหมสามารถบรรลุได้ไหมอย่างนี้ค่ะRคือRealisticอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงแสดงว่าถ้าการที่เราจะมีเป้าหมายอะไรสักอย่างหนึ่งนี่มันจะต้องอยู่บนโลกของความเป็นจริงไม่ใช่เป้าหมายที่เป็นความฝันเฟื่องฝันกลางวันไกลจากชีวิตเราอย่างนี้ค่ะอยากจะเป็นเศรษฐีอย่างนี้แสดงว่าไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงแล-้ว(-่ะ)ว่าตอนนี้เราเป็นนักศึกษาชั้นปีที่2แต่เราไปนึกฝันว่าเราอยากจะถูกรางวัลที่1แล้วเป็นเศรษฐีถูก30ล้านอย่างนี้อันนี้ไม-่ไ-่ด้อยู่บนควงามเป็นจริงแล-่ะใช่ไหม-้ว(คะ)Tสุดท้ายTก็คือTimelyอยู่ในระยะเวลาที่มันเป็นจริงเกิดขึ้นได้อย่งเมื่อกี้ที่บอกว่าเป็นระยะเวลาที่อยู่ในช่วงเวลานั้นไม่ใช่ว่าวางแผนอีก5ปีข้างหน้าว่าฉันจะได้เกรดAวิชานี้อย่างนี้มันไม่สอดคล้องกันแล-้ว(-่ะ)นะคะฉะนั้นข้อที่2ที่ครูจะให้ทำก็คือว่าอยากจะให้เว(ร)าตั้งเป้าหมแผน(าย)ในชีวิตเราสัก1เรื่องโดยใช้หลักSMARTนี-่(-้)ล่ะในการตั้งเป้าหมายนั้นดูสิว่าเป้าหมาายที่เราตั้งไว้นั้นน่ะค่ะใน1...ก่อนถึงสิ้นปีนี้มันอยู่ในเป้าหมายที่เราตั้งไว้มันอยู่ในหลักSMARTไหมมันSpecificไหมมันสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริงไหมมันสามารถวัดได้ไหมอย่างนี้นะคะทีนี้ก็เป็นเรื่องของแนวคิดสังคมใช่ไหมที่เร(ข)าพูดถึงว่าสัมพันธภาพของคนที่อยู่ในชีวิตเรานี่มันสำคัญนะมันส่งผลต่อกนะ(าร)ตัดสินใจทำหรือไม่ทำอะไรของ...ของมนุษย์คนนั้นนะคะเพราะฉะนั้นมันขึ้นอยู่กับว่าในช่วงเวลานั้นใครเป็นคนให้...เป็นคนสำคัญในชีวิตเขาใช่ไหมคะพ่อแม่ใช่หรือเปล่าหรือแม้แต่การเลี้ยงดูกลุ่มเพื่อนครูครูก็เป็นคนสำคัญในชีวิตเขาอย่างที่เราคุยกั(มา)บไว้ตั้งแต่ตอนต้นแล้วว-่าตัวครูเอง-่าม(น)-ี-่ค่ะก็เป็นแรงจูงใจภายนอกให้กับนักเรียนได้มีบุคลิกภาพแบบไหนแต่งกายแบบไหนมีการพูดจาแบบไหนมีการวางตัวแบบไหนอย่างนี้ค่ะถ้าเกิดว่าสิ่งเหล่านี้เรากระทำอย่างดีเราเป็น(บ)ตัวแบบที่ดีแล้วนี่เร(ข)าก็จะเต็มใจที่จะเรียนรู้กับเราเรียนรู้...เต็มใจที่จะเข้าเรียนกับคุณครูรัตนนาพรอย่างนี้เพราะว่าเรียนกับครูรัตนาพรแล้วสบายใร(จ)ครูรัตนาพรเข้าใจเราครูรัตาภร(น)าพณ-์(ร)ไม่ได้ดุด่าเราอเข้าใจเหตุอย่างไร้เหตุผลอย่างนี้ค่ะครูรัตนาพรสอนเข้าใจง่ายอย่างนี้ค่ะเป็นบุคคลิกภาพที่เราแสดงออกที่เราเป็นเพื่อให้เขารับรู้ว่าให้เชื่อมโยงกับสิ่งที่เขาจะเรียนอย่างนี้ค่ะมันเป็นเรื่องของสัมพันธภาพนะคะหมดแล้วเนื้อหาสรุปแล้วการบ้านที่ครูจะให้ทำนะมีอยู่2อันใช่ไหมคะมีการตั้งเป้าหมายของเรานะคะโดยใช้หลักSMARTเป้าหมายแค่1เรื่องนะคะอันที่2ก็คือเรื่องของสิ่งที่เราจะอนุมานสาเหตุของเราด้วยโจทย์ที่ว่าคะแนนMidtermได้น้อยเพราะอะไรนะคะในออนไลOnline(น์)มีคำถามอะไรไหมหรือนักศึกษามีคำถามอะไรไหม(นักศึกษาชาย)อาจารย์จะส-ั-่งงานลงLINEอีกทีไหมครับ(อาจารย์)ขาค่ะ(เ)ดี๋ยวอ-ี(แ)ป๊บ..ก(.)แป๊บหนึ่งนะลคะ(-ูก)เดี๋ยวครูขอเพิ่มเสียงก่อน(นักศึกษาชาย)อาจารย์จะส่ง...งานลงLINEอีกทีไหมครับประอ(ม)าณวจ(-่)ารญ์จะส-ั-่งงานน-่ะครับ(อาจารย์)ครับครูเพิ่มเสียงแล้วขออีก...ขออีกทีหนึ่งขออภัยพูดอีกรอบนะลูก(นักศึกษาชาย)อาจารย-์ยจะส-ั-่งงานลงLIine(NE)อีกทีไหมครับเพราะว่ากลัวผมลทีไห(-ื)มน่ะครับ(อาจารย์)ค่ะเดี๋ยวครูจะ...จะโพสต์โจทย์ลงไปให้ในClassroomทั้ง2ข้ออีกทีหนึ่งนะเพื่อให้เราเข้าใจว่าคืออะไรและทำอะไรบ้างนะคะ(นักศึกษาชาย)ก็คืองาน...งานทั้งหมดที่อาจารย์จะสั่งนี่ก็คือในClassroomหมดเลยใช่ไหมครับ(อาจารย์)ใช่ค่ะใช่แม้แต่ตัวPowerPointครูก็โพสต์ในClassrooะคะส่ง(m)ไวป(-้)ให้แล้ว(นักศึกษาชาย)จนจบ...จจบเทอมใช่ไหมครับ(อาจารย์)คะ(น-ักศึกษาชาย)จนจบเทอมเลยใช่ไหมครับ(อาจารย์)คะ(นักศึกษาชาย)จนจบเทอมเลยใช่ไหรือเปล่ม(า)ครับอาจารย์(อาจารย์)อ๋อจนจบเทอมเลยไหมใช่ค่ไหม(ะ)เพราะฉะนั้นClassroomที่ให้เราเข้าก็คือเป็นช่องทางสำหรับการส่งงานครูจะไม่รับการส่งงานจากช่องทางอื่นไม่รับทางLINEไม่รับทางอีเมลนะให้เราส่งท(ใ)นClางน(a)ssroo-ี-้(m)เท่านั้นนะคะ(อ(นักศึกษาชาย)ครับ(อาจารย์)ค่ะเดี๋ยวไปปักหมุดไว้ในLINEอีกทีหนึ่งนะที่ลิงกฎ(-์)ของการเข้าClassroomนะคะใครยังไม่ได้เข้าก็ให้...ให้เข้านะเพราะงานทุกชิ้นต่อจากนี้น่ะค่ะจะส่งผ่านClassroomหมดเลยจ๊ะมีคำถามอะไรเพิ่มเติมไหมคะเอาอย่างนี้ถ้าใครไม่มีคำถามอะไรเพิ่มเติมแล้วก็สามารถออกจากห้องได้นะคะแล้วก็ถ้าใครมีคำถามก็อยู่รอถามครูได้เดี๋ยวคร-ุ(-ู)จะรอส่งพวกเราก่อนแล้วค่อบ(ย)ปิดห้องนะโอเค(อาจารย์)ขะ(า)ๆจ-๊(-้)ะๆ(นักศึกษาหญิง)ไม่เช็ก...เช็กชื่อหรือคะ(อาจารย์)ไม่เช็กชื่อค่ะครู...เดี๋ยวแป๊บหนึ่งครู...เดี๋ยวอย่าเพิ่งออกนะครูขอแคปฯหน้าจอครูก่อนโอเคครูเก็บหลักฐานเรียบร้อยแล้วเช็กชื่อแล้วออ(พว)กเจ(ร)าออกห้องได้นะคะมีคำถามอยู่รอถามครูได-้จ-้ะคาบหน้าคาบหน้าเราเรียนOnSiteนะคะเจอกันในห้องเรียนกับบทที่8นะจ๊ะสวัสดีทุกคนนะคะแล้วเจอกันค่ะ(นักศึกษาหญิง)สวัสดีค่ะ(อาจารย์)จ้าสวัสดีค่ะ(นักศึกษาชาย)สวัสดีครับ(นักศึกษาหญิง)สวัสดีค-่-่ะ[สิ้นสุดการถอดความ]
More information
- compare(ans and test) :
- ans: file reference
- test: file test
- export datetime : 2024-10-11 11:53:39
- exported from : Accuracy Worker
- version :registry.rtt.in.th/spinsoft-transcription/backend_accuracy_worker:main-42d874d90e320e04ce26da7eb329f0d888006afc
- lib :character
- your normalize config
-IsFilter :true
-ToLower :false
-ToArabicNumber :true
-WordToNumber :false
-OrderAndSimilar :true
-ListRemove :
- alignment method :Hirschberg
- score weight :{"Match":5,"Mismatch":-1,"PartialMatch":2,"GapPenalty":-1}